ทั้งๆ ที่มีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดกับเขา ทั้งๆ ที่คิดถึงและโหยหา แต่เมื่อเขายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เฉินเสียนกลับสับสนมึนงงเธอไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดยังไงดี ราวกับว่าคำพูดทั้งหมดนั้นไม่สามารถจะอธิบายออกมาได้จิตใจของเธอสับสนวุ่นวาย ไม่รู้ว่าซูเจ๋อจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะของเธอเข้าหรือเปล่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้อยู่เงียบๆ กับเขาแบบนี้ เฉินเสียนก็รู้สึกพอใจแล้วซูเจ๋อเอื้อมมือมาทัดผมให้เธอ เหมือนเช่นเมื่อก่อนเมื่อเขาโน้มตัวลงมา จ้องมองเธอด้วยแววตาที่ลุ่มลึก ก็เห็นว่าใบหูของเธอนั้นแดงกํ่าไปหมดไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน สำหรับเธอแล้ว ก็ยังรู้สึกเหมือนรักเมื่อตอนแรกเริ่มกับเขาเสมอเพียงแต่ซูเจ๋อยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกับเธอ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาแต่ไกล เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นเบาๆ ข้างหูเธอว่า : “ยังไม่ทันจะได้หวนคืนวันเก่าๆ ก็มีคนมาเสียแล้ว”เฉินเสียนสะดุ้งไปทั้งตัว1131
คิดว่าคงจะเป็นกลุ่มคนที่ติดตามเธอก่อนหน้านี้ กว่าจะสลัดจนหลุดได้ สงสัยพวกเขาคงอาจจะรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล จึงพากันย้อนกลับมาตามหาใหม่เฉินเสียนแหงนหน้ามองไปยังยอดกำแพง เธอจับแขนของซูเจ๋อ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านรีบไปก่อน ข้าจะอยู่ที่นี่คนเดียว จะได้ไม่เป็นอุปสรรค”ซูเจ๋อก้มหน้าลงมามองเธอ แล้วจึงถามขึ้นว่า : “ทำใจปล่อยข้าไปได้หรือ”เฉินเสียนสบตากับเขา อารมณ์ที่ท่วมท้นในดวงตาของเธอถูกเปิ