ม้าทั้งห้าตัวเริ่มเคลื่อนที่ หลิ่วเหมยอู่อยากจะผลักทหารออกแล้ววิ่งเข้าไปที่แท่นประหาร แต่ด้วยแรงที่มีอันน้อยนิดของนาง จึงไม่สามารถสะทกสะท้านทหารได้แม้แต่นิดเดียวเชือกบนแท่นประหารเริ่มตึงขึ้นเรื่อยๆ ในตอนแรกหลิ่วเฉียนเฮ้อยังพอทนได้ แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวดทรมานหลิ่วเหมยอู่ทนฟังไม่ได้และทนดูไม่ไหว จึงถอยกรูดไปเรื่อยๆ นางร้องไห้พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ข้าไม่ดูแล้ว……ไม่ดูแล้ว……ข้าจะกลับไป……”แต่น่าเสียดายที่มาก็มาแล้ว เฉินเสียนจึงไม่ยอมปล่อยนางกลับไปง่ายๆเฉินเสียนคว้าตัวหลิ่วเหมยอู่ไว้โดยที่ไม่ต้องพยายามมาก ใช้มือประคองท้ายทอยของนางให้แหงนหน้าดูที่แท่นประหารเฉินเสียนพูดขึ้นข้างหูนางเบาๆ ว่า : “เหมยอู่ ถ้าตอนนี้ไม่ยอมดูละก็ ต่อไปเจ้าก็จะไม่มีโอกาสจะได้ดูอีก”“ข้าไม่ดู……ข้าไม่อยากดู……” หลิ่วเหมยอู่พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงหวาดกลัวว่า :“ข้ากลัว……”หลิ่วเฉียนเฮ้อที่อยู่บนแท่นประหารร้องโอดโอยเสียงดัง หลิ่วเหมยอู่หลับตาแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบนํ้าตาเวลานี้ราษฎรบางคนที่ทนดูต่อไม่ไหว บางคนหลับตา บางคนก็หันหน้าหนี1118
เฉินเสียนกำผมของหลิ่วเหมยอู่แน่น หลิ่วเหมยอู่ที่เจ็บจนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาฟังเฉินเสียนพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉยว่า : “ตั้งแต่ราชอาณาเขตทางตอนใต้จนถึงเมืองหลวง ระยะการเดินทางที่สุดแสนจะไกล เจ้าคิดว่าเขาเก็บชีวิตของหลิ่วเฉียนเฮ้อกลับมาประหารถึงเมืองหลวงเพื่ออะไรกัน ไม่ใช่เ