เจ้าคะ?”“ใช่”หลิ่วเหมยอู่ส่ายหน้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “แต่ท่านเคยบอก……ว่าจะปกป้องข้าไปชั่วชีวิตไม่ใช่หรือ ให้บ้านที่อบอุ่นและมั่นคงกับข้า……”“ข้าเคยพูดไว้ แต่ตอนนี้ ไม่นับเป็นคำพูดอีกต่อไป”“ทำไมถึงไม่นับล่ะ ทำไมถึงนับเป็นคำพูดไม่ได้! ท่านแม่ทัพ ข้ายืนอยู่เคียงข้างท่านมานานขนาดนี้……ท่านจะไล่เหมยอู่ไปไม่ได้นะเจ้าคะ……ท่านลองนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสอง……”ฉินหรูเหลียงจึงพูดขึ้นว่า : “ตอนนี้เพียงแค่นึกถึงวันคืนที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเจ้า ก็พลอยทำให้ข้ารู้สึกขยะแขยงขึ้นมา”สายตาของเขาหนักหน่วง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ข้าใช้ชีวิตอยู่กับคนเช่นเจ้า มานานนับหลายปีขนาดนี้”เขาค่อยๆ โน้มตัวลง จับข้อมือของหลิ่วเหมยอู่ไว้ แล้วดึงมันออกจากชายเสื้อของเขาช้าๆ : “หลิ่วเชียนเสวี่ย ทั้งที่รู้ว่าตัวเจ้าเคยทำผิดอะไรมาก่อน แม้ว่าข้าจะเห็นกับตาว่าเจ้าได้ใกล้ชิดสนิทนางกับชายผู้อื่น แม้ว่าข้าจะรู้ว่าเจ้าพยายามโกหกข้าเพื่อปกป้องพี่ชายของเจ้า และแม้ว่าข้าจะรู้ว่าเจ้าได้วางแผนเพื่อปลิดชีวิตของเฉินเสียนและลูกของนาง เรื่องนี้ข้าเองก็มีส่วนผิดและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และข้าเองก็นึกไม่ถึงมาก่อนเลยว่าตอนนี้เวลานี้จิตใจของเจ้าจะร้ายกาจ ไร้ซึ่งยางอายเยี่ยงนี้”1105
ตั้งแต่เริ่มแรก นางก็โกหกหลอกลวงเขาและจัดแจงวางแผนเขามาโดยตลอดหลิ่วเหมยอู่สีหน้าซีดเผือดฉินหรูเหลียงพูดขึ้นต่อว่า : “เจ้าในตอนนี้ ใ