หรือไม่เขาก็อาจจะเก็บซ่อนเอาไว้ลึก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานก็ยังไม่พบเบาะแสหรือเงื่อนงำอะไรเฮ่อฟั่งยังอีกรู้ว่า ช่วงหลังมานี้องค์จักรพรรดินั้นเบื่อนางสนมทั้งสองคนนี้ มีบางครั้งที่นางสนมไปส่งจดหมาย ก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้างทุกคนมีหัวใจที่งดงาม นั่นเป็นผลให้ที่นางสนมทั้งสองร้องไห้ต้องหน้าเขา ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวเพียงแต่ต้องรักษาหน้าไว้ก่อนนางสนมพูด “หม่อมฉันไม่กล้ามีความคับแค้นข้องใจ หม่อมฉันเพียงต้องการให้มีคนมาชื่นชม มีเจ้านายให้ปรนนิบัติรับใช้ แต่ไม่ใช่ความเงียบเหงา ไม่สนใจใยดีกัน……”“พวกเจ้ารีบลุกขึ้นเถิด เรื่องนี้ข้าจะไปถามกับพ่อบ้านที่นี่ก่อน”นางสนมไม่ยอมลุกขึ้น เฮ่อฟั่งจึงยื่นมือเข้าไปพยุงให้ลุกขึ้นสาวงามหยาดเยิ้มรูปร่างบอบบาง เมื่อยืนขึ้นก็ยืนไม่ค่อยหยุดจึงล้มเข้าไปในอ้อมกอดของเขา วินาทีนั้นมันทำให้จิตใจเขาผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากที่ได้ถามพ่อบ้านถึงรู้ว่า ซูเจ๋อไม่แตะต้องพวกนางเลย ให้นางได้เป็นอิสระ อยากจะไปไหนก็ไม่เคยห้าม1050
ซูเจ๋อไม่อยากให้พวกนางเสียเวลา ถ้าเกิดกลับพระราชวังไปเต้นรำต่อได้ ซูเจ๋อก็ยินยอมให้ส่งพวกนางกลับไป และจะกลับไปแสดงความขอโทษต่อองค์จักรพรรดิด้วยตัวของเขาเองเฮ่อฟั่งได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธจึงพูดขึ้นว่า “ใต้เท้าซูกล้าเฉยเมยต่อคนที่องค์จักรพรรดิพระราชทานมาให้”พ่อบ้านตอบกลับว่า “ใต้เท้าเฮ่ออย่าได้โกรธไปเลย เพราะว่าใต้เท้าของข้า……สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ”“ข้าว่าไม่ใช่ร