ซูเจ๋อยืนอยู่ที่วงกบประตูอยู่ครู่หนึ่งและเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้าจะอาบนํ้า ท่านจะเข้ามารึ”เฉินเสียนปฏิเสธหน้าชาว่า “ไม่ ท่านถอดชุดที่ใส่อยู่ให้ข้าสิ ข้าจะนำไปทิ้งให้เอง”“ถอดตอนนี้เลยหรือ”ใบหน้าของเฉินเสียนแข็งทื่อแล้วซูเจ๋อก็ยิ้มขึ้นมา กระซิบเบาๆ อย่างมีเลศนัยว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านก็เข้ามาเถอะ ข้าจะถอดให้ท่านทีละชิ้นๆ”เฉินเสียนกล่าวอย่างจริงจังว่า “ซูเจ๋อ ท่านอย่ามายั่วข้า”ซูเจ๋อกระแอมในลำคอ เขากลั้นยิ้มและระงับนํ้าเสียงที่หยอกเย้านั้น กระซิบเสียงตํ่าว่า “ถ้าข้ายั่วท่านจริงๆ ท่านจะไม่กินข้าหรือ ข้ารู้ว่าเดี๋ยวนี้ท่านกล้าหาญขึ้นมาก”เฉินเสียนเม้มปาก เธอเอ่ยอย่างสุขุมก่อนจะหันหลังเดินจากไปว่า “ซูเจ๋อท่านรอข้าเถอะ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะนอนกับท่าน”ซูเจ๋อพิงกรอบประตู เฝ้ามองแผ่นหลังของผู้ที่กำลังหนีเตลิดและเอ่ยอย่างสบายๆ ว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องเตรียมพร้อมทุกเวลา เพียงแต่ยามนี้ยังเช้าอยู่หญิงสาวผู้เพียบพร้อมก็มาเสียแล้ว ข้ายังไม่ค่อยคุ้นชินกับเวลาช่วงนี้นัก เสื้อผ้าสกปรกนี่ อีกเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”967
แผ่นหลังของเฉินเสียนเลี้ยวไปทางระเบียงและหายไปในชั่วพริบตารอยยิ้มบนใบหน้าของซูเจ๋อจืดจางลงและหายไปทันทีที่ลมพัดมาฉินหรูเหลียงเดินออกมาและเหลือบมองซูเจ๋อที่อยู่ตรงประตู จากนั้นจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “หากท่านไม่ยอมให้นางกลับเมืองหลวง เจ้าน่องน้อยอาจมีอันตรายถึงชีวิต ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าเกรงว่านางคงไม่มีว