เฉินเสียนไม่มีทางเลือก เธอทำได้เพียงก้าวยาวๆ ออกไปจากถํ้าโดยมีซูเจ๋อก้าวตามออกมาอย่างไม่รีบร้อนทั้งสองคนนั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นสนซึ่งมีหิมะกองสะสมอยู่หนาตาที่สุดเฉินเสียนกอบหิมะขึ้นมา แต่ยังไม่ทันไรซูเจ๋อก็หยิบออกไปเธอมองนิ้วที่เรียวยาวราวกับหยกของซูเจ๋ออย่างอึดอัด เขาบีบหิมะจนกลายเป็นก้อนกลม แล้วหิมะก็ละลายหยดลงมาจากซอกนิ้วขาวๆ ที่กลายเป็นสีแดงเล็กน้อยเพราะความหนาวเย็นซูเจ๋อกล่าวว่า “อาเสียน รับนํ้าสิ”นํ้าค่อนข้างเย็นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเย็นจัดนํ้าใสๆ จากหิมะชะล้างความเหนียวเหนอะบนมือของเฉินเสียนทีละน้อย เธอค่อนข้างเขินอาย แต่ก็เอ่ยขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกได้ว่า “รู้สึกเหมือนข้าจะทำเรื่องบ้าๆ ลงไปแล้ว”ซูเจ๋อกล่าวว่า “นั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ ท่านใช้เพียงมือเดียวก็เอาเปรียบข้าได้แล้ว”“…” เฉินเสียนกลับคำ “พูดอะไรควรมีมโนธรรมหน่อยเถอะ เห็นได้ชัดว่าท่านเอาเปรียบข้าก่อนแต่ไม่สำเร็จ ข้าจึงต้องช่วยท่านจัดการปัญหาที่ตามมา”ทันทีที่พูดออกไป ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอีกครั้ง เพียงแต่บรรยากาศหวานชื่นที่ห้อมล้อมอยู่ระหว่างคนทั้งสองได้ช่วยทำให้ความเขินอายหายสิ้นไป961
เมื่อเฉินเสียนล้างมือจนสะอาด ลูกบอลนํ้าแข็งในมือของซูเจ๋อก็แทบจะละลายจนหมดเธอสะบัดหยดนํ้าในมือ ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางป่าที่เงียบสงัดและดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสียงฝีเท้านั้นไม่ได้เร่งรีบ ซูเจ๋อกล่าวว่า “พวกเขาน่าจะหาเจอแล้ว”“ซูเจ๋อ” เฉิน