ซูเจ๋อหรี่ตา มองเห็นใบหูของเธอที่กลายเป็นสีแดงระเรื่อได้อย่างชัดเจนเขาเอ่ยว่า “เมื่อคืนคือเรื่องของความเป็นความตาย ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องของความรักหวานชื่นใช่หรือไม่”พูดจบเขาก็โน้มริมฝีปากลงไปขบที่ใบหูของเฉินเสียนเบาๆ โดยไม่รอคำตอบของเธอจูบอันแผ่วเบาของซูเจ๋อค่อยๆ เลื่อนลงมาบนลำคออันขาวนวล คลอเคลียอยู่ตรงนั้นอย่างอ้อยอิ่งเฉินเสียนกัดฟันแน่นและยังสั่นเทิ้มเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ซูเจ๋อเอ่ยด้วยนํ้าเสียงแหบพร่า ว่า“ข้าคิดว่าท่านเองก็คิดได้อย่างชัดแจ้งว่ายังต้องใช้เวลามากกว่านี้ ข้ายังต้องอดทนกับความสัมพันธ์ที่เหมือนจะใกล้ชิดแต่ก็ห่างไกลของท่านในทุกๆ วัน”เฉินเสียนหันหน้ามองซูเจ๋อในระยะปราชิดจนปลายจมูกชนกันเธอมองคิ้วและดวงตาสีเข้มของเขาแล้วเอ่ยปากพึมพำว่า “เพราะข้าฝัน”ซูเจ๋อถามเบาๆ อย่างอ่อนโยน “ฝันว่าอะไร”เธอยื่นมือออกมาลูบไล้ที่คิ้วและใบหน้าของซูเจ๋ออย่างแผ่วเบาแล้วกล่าวว่า“อาจจะเป็นเพราะเมื่อคืนได้ยินเรื่องเหล่านั้น ข้าจึงฝันเห็นว่าที่นอกประตูวัง ท่านรีบร้อนกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อมอบหุ่นกระบอกให้เฉินเสียน”948
เธอจำได้อย่างละเอียด “ท่านในตอนนั้นสวมชุดสีดำเหมือนกับตอนนี้ ตอนที่ข้าเห็นประตูวังซึ่งทาด้วยสีแดงเปิดออก พระอาทิตย์กำลังลอยขึ้นสูงที่เบื้องหลังท่าน แสงส่องกระทบเสื้อผ้าและเส้นผมของท่าน ช่างเป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ”“น่าเสียดาย ในสายตาของเฉินเสียนคนก่อน นางไม่เคยมองเห็