านมาของท่านจะไม่เสียแรงเปล่า”เมื่อเฉินเสียนกลับมา เจิ้งเหรินโฮ่วก็ได้ออกไปแล้ว เธอเห็นซูเจ๋อและถามว่า“ได้ยินมาว่าใต้เท้าเจิ้งมาพบข้า?”ซูเจ๋อนำพระราชโองการเข้าไว้ในแขนเสื้อและพูดว่า “เขามาเพื่อสอบถามเรื่องการตั้งถิ่นฐานของผู้ลี้ภัย และข้าได้ตอบเขาแทนท่านแล้ว”“ท่านพูดอย่างไร?”“รอหลังจากนํ้าท่วมแล้ว ให้เขาจัดระเบียบผู้ลี้ภัยเพื่อเปิดที่รกร้างขยายเพื่อสร้างเมือง หรือให้มีที่พักอาศัยถาวร ถ้าไม่อยากอยู่ก็สามารถออกจากเมืองได้อย่างอิสระ”เฉินเสียนรู้ดีว่า ผู้ลี้ภัยจะอยู่ในโรงเตี๊ยมตลอดไม่ได้ และในขณะนี้ระเบียบในเมืองยังคงสามารถควบคุมได้ แต่ด้วยเมื่อเวลาผ่านไปจำนวนผู้คนมีจำนวนมากขึ้น มันจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆดังนั้นหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปแล้ว พวกเขาก็ต้องตั้งรกรากใหม่สิ่งที่ซูเจ๋อพูดก็เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดเช่นกัน904
เฉินเสียนไม่รู้ว่าพระราชโองการฉบับที่สองส่งอะไรมา และแม้แต่พระราชโองการฉบับที่สามก็ถูกซูเจ๋อสกัดกั้นไว้โดยไม่บอกเฉินเสียนเลยหลังจากที่พวกเขาผ่านเจียงหนานแล้ว และเดินทางกลับเมืองหลวงก็ได้เดินทางไปเกินครึ่งทางแล้วก่อนถึงเมืองถัดไป บ่อยครั้งที่ยังไม่ทันเข้าประตูเมือง ทหารเฝ้าประตูเมืองสามารถทราบข่าวล่วงหน้า และรอที่หน้าประตูเมืองสิ่งนี้ทำให้เฉินเสียนรู้สึกเหมือนถูกจับตามองและมีคนคอยสะกดรอยตามไม่เพียงรู้สึกอย่างนั้น แม้แต่ฉินหรูเหลียงและเฮ่อโยวก็รู้สึ