รอให้กลับไปถึงเมืองหลวงก่อนแล้วค่อยบอกว่าเจ้าเป็นโรคระบาดระหว่างทางแล้วตาย คงไม่มีใครสงสัยอะไร ”พูดจบเธอก็ยังคงยืนหยัดที่จะรินยาพิษให้แก่หลิ่วเฉียนเฮ้ออีกหลิ่วเฉียนเฮ้อจึงกัดฟันแล้วพูดว่า “ข้าให้ยาถอนพิษเซียนเสวี่ยไว้ก่อนแล้ว!”“อย่างนี้ก็บอกได้ว่าเจ้าเป็นคนให้ยาพิษนี้แก่นางสินะ”“แล้วจะยังไง!”เฉินเสียนกัดริมฝีปากแล้วพูดว่า “หลิ่วเฉียนเฮ้อ เจ้ากับหลิ่วเหมยอู่ชั่งเหลือเกินจริงๆ จัดการกับคนที่ขี้ขลาดกลัวตายอย่างพวกเจ้า นี่ไม่ต้องเสียแรงอะไรมาก”เธอจึงผ่อนมือ แล้วปล่อยหลิ่วเฉียนเฮ้อออกหลิ่วเฉียนเฮ้อจึงรีบเช็ดของเหลวสองหยดบนใบหน้าอย่างลุกลี้ลุกลน เปิดปากได้ก็ด่าขึ้นมา แต่เมื่อเขาเงยหน้ามองขึ้นไปโดยบังเอิญ ก็เห็นฉินหรูเหลียงที่ไม่รู้ว่าไปยืนอยู่ตรงบันไดใต้ชายคาตั้งแต่เมื่อไร801
แสงแดดส่องให้เห็นไม่กี่ขั้นของบันไดเงาร่างกายของเขาทอดอยู่กลางระหว่างแสงอาทิตย์และเงาชายคาข้างหลังนั้นดูมืดมน สายตาลุกเป็นประกายแวววาว ทำให้เห็นใบหน้าของเขาที่ขาวซีดอย่างเด่นชัดเสียงของหลิ่วเฉียนเฮ้อจุกอยู่ในลำคอ ลืมไปเลยว่าจะด่าอะไรเมื่อครู่นี้คำพูดของเขา ฉินหรูเหลียงได้ยินเข้าหูทุกคำจากที่คำพูดของหลิ่วเฉียนเฮ้อนั้นเดาได้ไม่ยากว่า ถ้าตอนแรกหลิ่วเหมยอู่ได้รับพิษ นั่นเป็นเพราะหลิ่วเฉียนเฮ้อให้นาง แล้วตอนที่ชายชุดดำวางยาพิษให้แก่นางก็คือหลิ่วเฉียนเฮ้ออย่างไม่น่าสงสัยคืนที่ถูกลอบสังหารในพระราชวัง มือสังหารบนถนนใหญ่ที่ฆ