เฉินเสียนยังรู้สึกวิงเวียนอยู่เล็กน้อยหลังจากตื่นนอนเธอล้างหน้าและดื่มชาที่ช่วยทำให้สร่างเมาซึ่งซูเจ๋อยกมาให้ หลังจากนั้นจึงนั่งมองสายฝนอยู่ใต้ชายคาด้วยหัวสมองที่ว่างเปล่าเตายาที่ต้มยาอยู่ข้างๆ ส่งกลิ่นหอมของยาลอยมาเตะจมูกซูเจ๋อถามว่า “ยังจำเรื่องเมื่อคืนได้บ้างไหม”เฉินเสียนนิ่งคิดนิดหนึ่งและตอบไปว่า “ไม่ค่อยแน่ใจ ข้าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่”“ว่าแล้วว่าต้องจำไม่ได้” ซูเจ๋อเอ่ยด้วยนํ้าเสียงจริงจังว่า “เมื่อคืนหลังจากดื่มไปมาก ท่านพยายามเผด็จศึกข้า โชคดีที่ข้ารับมือได้ ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้ท่านทำสำเร็จ ตื่นมาท่านคงไม่จำอะไรไม่ได้ และข้าก็คงขาดทุนย่อยยับไปแล้ว”เฉินเสียนปวดหัวจี๊ด มองซูเจ๋ออย่างไม่อยากจะเชื่อ “ไม่จริงน่า ข้าดื่มสุราแล้วกลายเป็นสัตว์ร้ายได้ขนาดนั้นเลยหรือ”ซูเจ๋อเอ่ยเรียบๆ ว่า “ใช่สิ ท่านเพิ่งรู้หรือ”เฉินเสียนทอดถอนใจก่อนจะกล่าวว่า “เหล้าหมักสับปะรดของเย่เหลียงนี่อันตรายจริงๆ!” เธอเหลือบมองซูเจ๋อและถามว่า “ข้าไม่ได้ฝากประสบการณ์ฝันร้ายอะไรไว้ให้ท่านใช่ไหม”ซูเจ๋อยิ้มน้อยๆ และกล่าวว่า “แบบไหนที่เรียกว่าประสบการณ์ฝันร้ายรึ”625
“ก็อย่างเช่น ทำให้ท่านอับอายมากๆ หรือขัดขวางไม่ได้…” เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ เฉินเสียนจึงตระหนักขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน แม้ว่าเธอจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ทักษะการดื่มเหล้าของเธอก็ไม่ได้แย่ไม่ใช่หรือ! และเธอก็ไม่เชื่อว่าซูเจ๋อที่ยังมีสติดีจะห้ามเธอที่กำลังเมาอย