เฉินเสียนฟุบอยู่บนหน้าต่างของรถม้า คํ้าคางไว้แล้วกล่าวขึ้นว่า“ดูพวกท่านน่าเบื่อเช่นนี้ ข้าก็เบื่อเป็นอย่างมาก”เพื่อที่จะทำให้เฉินเสียนไม่เบื่ออย่างนั้น ด้วยเหตุนี้ซูเจ๋อเลยเป็นคนที่พูดคุยกับฉินหรูเหลียงก่อน จากอากาศวันนี้ถึงสถานที่ล้วนเป็นประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งหมดที่ฉินหรูเหลียงฟังย่อมเป็นเรื่องไร้สาระไม่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและสำคัญเลยซูเจ๋อมีอารมณ์พูดสบายๆไม่รีบร้อนอย่างมาก เฉินเสียนก็ฟังอย่างตั้งใจด้วยฉินหรูเหลียงที่อยู่ด้านข้างมีสีหน้าหงุดหงิด จนถึงขั้นหมดอาลัยตายอยากอยู่บ้างจนถึงตอนที่หงุดหงิดเป็นอย่างมาก ฉินหรูเหลียงถึงได้สอดแทรกอย่างขอไปทีสักหนึ่งถึงสองประโยคช่วงเวลาที่เรียงหน้ากระดานบนถนนได้จบสิ้นลงแล้ว การเดินรถม้าทั้งสองคันได้ต่อเรียงแถวหน้าหลังฝั่งตรงข้ามไม่มีเฉินเสียนที่ฟุบบนขอบหน้าต่างรถม้ามองอีกแล้ว ฉินหรูเหลียงเลยชำเลืองมองซูเจ๋ออย่างเยือกเย็น แล้วกล่าวขึ้นว่า “เลิกเสแสร้งได้แล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องอยากคุยกับข้า”ซูเจ๋อยิ้มแห้งๆเรียบเฉยกล่าวขึ้นว่า“แต่องค์หญิงทรงอยากได้ยินข้ากับแม่ทัพฉินพูดคุยกันนะ”605
เรื่องพูดคุยเช่นนี้ ต่อให้ซูเจ๋อไม่ชอบ เขาก็สามารถพูดคุยกับฉินหรูเหลียงได้อย่างไม่ตื่นตระหนกอะไรเลยเพราะว่าฉินหรูเหลียงรู้ เดิมซูเจ๋อก็เหมือนกับคนที่ไม่แสดงอาการดีใจหรือเสียใจอยู่แล้วหวนนึกถึงจักรพรรดิองค์ก่อน เนื่องจากซูเจ๋อฉลาดเฉลียวเกินวัย มีบางครั้งจะไปที่โรงเ