ไม่นึกเลยว่าตอนนี้เขาใส่กลอนประตูแล้ว กันใครล่ะ พูดให้ชัดคือไม่อยากให้เฉินเสียนเข้าไปสินะเฉินเสียนลูบจมูก มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเหมือนถูกลูกสะใภ้ไล่ออกจากห้องนอนทำได้เพียงนอนสัมผัสความหนาววังเวงที่พื้นไม้พอย้อนคิดก็ไม่ถูก ตอนนี้เธอไม่ได้นอนร่วมห้องกับซูเจ๋อเลย ความรู้สึกวังเวงมาจากที่ไหนล่ะ เดิมทีก็ไม่ควรที่จะมีเลยเข้าใจหรือไม่!เฉินเสียนกระแอมไอ แล้วกล่าวขึ้นว่า“ข้าเพียงแค่คิดว่าจะมาดูอาการของท่านสักหน่อย ในเมื่อจะนอนแล้ว ก็นอนเถิด พรุ่งนี้ข้าค่อยมาดู”ซูเจ๋อที่อยู่ด้านในไร้ปฏิกิริยาตอบโต้เฉินเสียนขยับฝีเท้า พบว่าหากเธอกลับห้องไปนอนอย่างนี้ นอนไม่หลับอย่างแน่นอน และรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากด้วยเธอทอดถอนหายใจออกมา ขยับเคลื่อนเดินกลับมาแล้วเคาะที่ประตู กล่าวขึ้นว่า“ซูเจ๋อ เปิดประตูหน่อยได้หรือไม่ ข้าเข้าไปคุยกับท่านไม่กี่ประโยคก็กลับแล้ว”เฉินเสียนยืนอยู่หน้าประตูสักพักหนึ่ง ซูเจ๋อก็ยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบกลับมาชิ ช่างเถิด เวลานี้ก็ดึกแล้ว กลับไปนอนเถิดครั้งนี้เพิ่งจะหมุนตัวเดินออกมาได้สองก้าว เสียงประตูที่อยู่ด้านหลังก็เปิดออก592
เฉินเสียนหันกลับก็เห็นซูเจ๋อคลุมชุดอยู่ ผมกระจายอยู่ที่บ่า ท่าทางสะลึมสะลืออ่อนเพลียยืนโซเซพิงที่ขอบประตูอยู่ แววตาเปล่งประกายแผดเผามองเธอจิตใต้สำนึกของเฉินเสียนกล่าวถามว่า“ท่านโกรธหรือ?”ซูเจ๋อกล่าวว่า“ข้าเตรียมตัวเข้านอนแล้วจริงๆ นึกว่าวันนี้ท่านจะไม่มาเส