กระทำการชั่วช้า ทำลายสันติภาพของทั้งสองแคว้น ดังนั้นข้าอยากให้องค์หญิงหรือไม่ก็ท่านทูตส่งจดหมายกลับไปยังต้าฉู่ เพื่อทหารและราษฎรทั้งสองแคว้นจะได้สบายใจ”ซูเจ๋อผงกศีรษะกล่าวว่า “ย่อมเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิเย่เหลียงยังกล่าวต่อว่า “หากสะดวก ข้าหวังว่าท่านทั้งสองจะส่งจดหมายไปยังเป่ยเซี่ยด้วย แจ้งบอกจักรพรรดิเป่ยเซี่ยว่าองค์หญิงจิ้งเสียน560
ปลอดภัยทุกประการ ต้าฉู่จะได้ไม่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการปลุกลม สร้างคลื่น ยุแยงเป่ยเซี่ย”เฉินเสียนมองซูเจ๋อในใจกำลังคิดว่าเขาเตรียมการได้รัดกุมมาก เธอเพิ่งเขียนจดหมายเสร็จ จักรพรรดิเย่เหลียงก็มาเอาจดหมายเสียแล้วซูเจ๋อกล่ายกับเฉินเสียนว่า “องค์หญิง นํ้าหมึกคงแห้งแล้ว องค์หญิงใส่เข้าซองเถอะ”จักรพรรดิเย่เหลียงชะงัก เห็นเฉินเสียนย้ายเท้าไปยังข้างโต๊ะ ก่อนจะนำจดหมายใส่เข้าซอง ปิดซอง ต่อด้วยเขียนนามผู้รับจักรพรรดิเย่เหลียงรับสั่งว่า “ที่แท้องค์หญิงกับท่านทูตเขียนจดหมายเสร็จแล้ว ข้ารู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก”เฉินเสียนยื่นจดหมายให้เขา กล่าวว่า “รบกวนฝ่าบาทช่วยส่งจดหมายด้วยเพคะ”จักรพรรดิเย่เหลียงรับสั่งว่า “องค์หญิงจิ้งเสียนวางใจเถอะ จดหมายถึงเป่ยเซี่ยฉบับนี้ข้าจะส่งอย่างเร่งด่วนเลย” พระองค์มองซูเจ๋อปราดหนึ่ง กล่าวด้วยความจริงใจและซาบซึ้ง “ท่านทูตคิดการรอบคอบ ยึดปราชาราษฎร์เป็นที่ตั้ง ช่างเป็นโชคอันประเสริฐแด่คนทั่วหล้า”เสียดายก็แต่เขาไม่ใช่ขุนนางเย่เหล