ธ์กลับโดดเด่นมากเมื่อยากินและยาสำหรับใช้ภายนอกถูกส่งเข้ามา เหล่าหมอหลวงซึ่งค่อนข้างคุ้นชินกับการทำแผลภายนอกจึงเอ่ยกับเฉินเสียนที่พยายามฝืนทนอย่างสุดความสามารถว่า “องค์หญิงจิ้งเสียนทรงพักผ่อนสักนิดเถิดพ่ะย่ะค่ะ ส่วนเหลือพวกกระหม่อมจะดูแลให้เอง”“ข้าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ทิ้งยาไว้ที่นี่และออกไปได้แล้ว”เฉินเสียนยืนกรานเช่นนั้น เหล่าหมอหลวงเองก็ไม่ได้เคี่ยวเข็ญใดๆ ครั้นแล้วจึงทยอยออกไปจากห้องและตรงไปถวายรายงานแด่องค์จักรพรรดิเย่เหลียงเฉินเสียนค่อยๆ ทำความสะอาดบาดแผลของซูเจ๋อก่อนจะทายาให้ บาดแผลทุกจุดบนร่างกายของเขาคือร่องรอยของการทำเพื่อเธอเธออยากมองมันให้ชัดและจารึกไว้ในใจเธอคิดว่านํ้าตาของตนเองแห้งเหือดไปแล้ว แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าอีกครั้งนํ้าตาก็คลอนัยน์ตาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้หลังจากพันแผลเสร็จท้องฟ้าก็เริ่มมืดเฉินเสียนขลุกอยู่ในห้องของซูเจ๋อไม่ยอมไปไหนเธอนำยาสมุนไพรที่ได้มามาบดจนละเอียดและต้มไว้บนเตาโดยที่เธอคอยดูอยู่เป็นครั้งคราว506
คนของวังนำอาหารเย็นมาวางไว้ให้บนโต๊ะ ทว่าเฉินเสียนไม่มีเวลาได้แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยจักรพรรดิเย่เหลียงทรงประหลาดพระทัยเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเฉินเสียนคอยดูแลซูเจ๋อและไม่ยอมออกไปไหนตั้งแต่ตอนกลางวันจวบจนกระทั่งบัดนี้เพื่อแสดงความเสียใจ องค์จักรพรรดิเย่เหลียงจึงไปที่เรือนแห่งนั้นด้วยพระองค์เองเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนี้เย่เหลียงเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ เพรา