เห็นว่าเฉินเสียนเครียดมากจนไม่ยอมไปไหน จักรพรรดิเย่เหลียงก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างเฉินเสียนจะไม่กลับไป เธอต้องการเฝ้ารออยู่ที่นี่ เธอกลัวว่าหากเธอไป ซูเจ๋อจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกองค์จักรพรรดิตรัสว่า “องค์หญิงควรใส่ใจวรกายของตนเองด้วย ไม่ทันที่ท่านทูตจะฟื้น องค์หญิงจิ้งเสียนคงจะล้มไปก่อน”“ขอบพระทัยเพคะที่ฝ่าบาททรงห่วงใย หม่อมฉันจะไม่เป็นไรเพคะ”จักรพรรดิเย่เหลียงตรัสว่า “อีกสักครู่ข้าจะให้คนส่งอาหารมาให้ใหม่ ถึงเวลานั้นองค์หญิงจิ้งเสียนจะต้องเสวยสักเล็กน้อย”พระองค์เดินไปถึงประตูและหยุดฝีเท้าลง หันกลับมามองแผ่นหลังของเฉินเสียนและตรัสอย่างติดจะขี้เล่นเล็กน้อยว่า “องค์หญิงจิ้งเสียน วันนี้แม่ทัพใหญ่508
เจอตัวท่านแม่ทัพฉินของท่านอยู่ที่เชิงเขา ถ้าข้าจำไม่ผิด ดูเหมือนแม่ทัพฉินเป็นพระสวามีขององค์หญิงจิ้งเสียน”เฉินเสียนสะดุ้งเล็กน้อย“แม่ทัพฉินได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต” องค์จักรพรรดิเย่เหลียงยังตรัสอีกว่า “ตอนนี้เขานอนอยู่ที่ห้องตรงข้าม องค์หญิงจิ้งเสียนไม่ไปดูแลพระสวามี แต่กลับลงมือดูแลทูตผู้นี้ด้วยตนเอง ช่างน่าแปลกเสียจริง”เฉินเสียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและหันกลับไปมองจักรพรรดิเย่เหลียงดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความเยียบเย็น เธอกล่าวว่า “แม้ว่าพวกข้ากระหม่อมจะลงนามในสนธิสัญญากับเย่เหลียงแล้ว แต่…นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจะดูแลเขา แล้ว