เขาดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของแม่นมซุย แม่นมซุยก็จวนจะอุ้มเขาไว้ไม่ไหวแล้วแม่นมซุยดวงตาแดงกํ่า กล่าวขึ้นว่า“องค์หญิง กลับมาอุ้มเจ้าน่องน้อยหน่อยไหมเพคะ นานมากแล้วที่เจ้าน่องน้อยไม่เคยร้องไห้เช่นนี้เลยนะเพคะ”เฉินเสียนหยุดชะงักอยู่หน้ารถม้า ยังคงอดทนที่จะไม่หันหลังกลับไป สุดท้ายเลยก้าวขึ้นรถม้า แล้วกล่าวกับแม่นมซุยว่า“ปล่อยให้เขาร้องไห้เถิด รอให้เขาร้องไห้จนพอแล้วพบว่าข้าไม่ได้กลับมา ก็จะไม่ร้องไห้อีก”ที่จริงเธอนั้นอยากจะหันกลับไปมองดู กอดเจ้าน่องน้อยให้มาก แต่ทำอย่างนั้นนอกจากจะทำให้ใจไม่แข็งพอมากขึ้นแล้ว มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยรถม้าเคลื่อนออกจากเมืองหลวง ผ่านเส้นทางอันเพริดแพร้ว ผ่านตึกสูงตํ่าที่เพิ่งจะผุดขึ้นเหลืองอร่ามเจิดจรัส แล้วยังผ่านหอชมดาวที่สูงที่สุดของเมืองหลวงด้วยทันใดนั้นเฉินเสียนสัมผัสสิ่งเร้าภายนอกได้ เธอเลยเปิดม่านขึ้นแหงนหน้ามองดูบนหอชมดาวมีเงาสลัวๆของคนเธอมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่ทว่าภายในใจนั้นก็มีความรู้สึกห่วงใยเป็นทุกข์อยู่ต่อมารถม้าขับเคลื่อนออกจากประตูเมือง เธอหันกลับไปมองอีกครั้ง แล้วไม่มีความลังเลใจอีกเลย138
จริงๆ เฉินเสียนออกจากเมืองหลวงมาได้ห้าวันแล้ว ทางใต้มีข่าวคราวใหม่มาอีกครั้งฉินหรูเหลียงยังไม่ตาย และอยู่ในกำมือของกองทัพศัตรูเย่เหลียงข่าวคราวนี้ทำให้ราชสำนักต้าฉู่มีความกลัดกลุ้มและความปลื้มปิติผสมกันอยู่ปลื้มปิติคือในที่สุดท่านแม่ทัพใหญ่นั้นยังรักษาชีวิตไว้ได