องค์จักรพรรดิประหลาดใจจริงๆ ครั้งนี้เขาถูกศัตรูหํ้าหั่นลงจากหลังม้าด้วยต้องการให้องค์จักรพรรดิชดเชยหากว่าองค์จักรพรรดิชดเชยก็เป็นผู้ที่ด้อยกว่า พระองค์ไม่มีวิธีที่จะยอมรับข้อเสนอเงื่อนไขที่มันเกินไปนี้ได้เลย ดังนั้นเลยกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “สารเลว! หรือต้องการให้ข้ายอมเชื่อฟังแล้วเอาห้าคูเมืองนั้นมอบให้กับเย่เหลียงหรือ?”ฝ่ายขุนนางเห็นสีหน้าองค์จักรพรรดิกริ้วหนักมากเลยคุกเข่าลงและมีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของราชสำนักคุกเข่าออกมา กล่าวขึ้นว่า“นี่เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่เล็กที่สุดแล้วนะพ่ะย่ะค่ะองค์จักรพรรดิ !ในห้าคูเมืองก็มีสามคูเมืองที่เคยอยู่ในอาณาเขตของเย่เหลียง แต่การรบแพ้ชนะเปลี่ยนแปลงได้เสมอพื้นแผ่นดินเลือกหรือละทิ้งมิใช่สิ่งที่มั่นคงชั่วนิรันดร์นะพ่ะย่ะค่ะ ขอร้ององค์จักรพรรดิมองการณ์ไกลแล้วทำการคิดวางแผนด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!ตราบใดที่ขุนเขาเขียวขจียังอยู่ ถึงจะได้มีวันเริ่มต้นอีกครั้งนะพ่ะย่ะค่ะ!”ต่อมาองค์จักรพรรดิกล่าวถามอีกว่า“เช่นนั้นในแง่ของพวกเจ้าเห็นว่าอย่างไรครั้งนี้ควรที่จะแต่งตั้งขุนนางชั้นผู้ใหญ่ท่านใดเป็นทูตเพื่อไปทำการเจราจาสันติภาพกับเย่เหลียง?”พอคำกล่าวนี้ออกมา ราชสำนักเงียบสักพักหนึ่ง ไร้การเปล่งเสียงพูดออกมาไม่ว่าจะเลือกแนะนำล้วนก่อให้เกิดจุดยืนที่เป็นปัญหา แต่ผู้ที่ต้องเป็นทูตเดินทางไปที่เย่เหลียง ต้องมีจิตใจเจตตาอันเด็ดเดี่ยว เผชิญหน้ากับความตายอันตรายแล้วไร้จิตใจที