เฉินเสียนพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ และเอ่ยด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย “เขาเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันหรือ”“ใช่เพคะ บ่าวเองก็รู้สึกว่าเหลือเชื่ออยู่เหมือนกัน เมื่อก่อนเขาเป็นสุภาพบุรุษที่สุภาพและสง่างาม ไม่คิดว่าจะมีด้านที่ไม่มีผู้ใดรู้เช่นนี้ด้วย”อวี้เยี่ยนเข้ามากระซิบใกล้ๆ อย่างมีลับลมคมใน “ได้ยินมาว่าเขาชอบไปที่หอฉู่อวี้ด้วยเพคะ”เฉินเสียนไม่มีปฏิกิริยาใดๆอวี้เยี่ยนใส่สีตีไข่ไปอีกว่า “ได้ยินว่าเขาชอบไปที่หอฉู่อวี้เพื่อหาความสุขกับคณิกาหนุ่ม”เฉินเสียนอยากจะซุบซิบกับอวี้เยี่ยนมากจริงๆ แต่น่าเสียดายที่จินตนาการของเธอมีจำกัด และเธอนึกภาพไม่ออกจริงๆเธอรู้ว่าซูเจ๋อเคยไปที่หอฉู่อวี้ แต่เรื่องซุบซิบนินทาจากภายนอกที่เธอได้ยินเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระอวี้เยี่ยนยังพูดต่ออีกว่า “บ่าวยังได้ยินมาอีกว่า กลางดึกคืนหนึ่งเขากลับไปที่เรือน ที่คอของเขามีรอยฟันของคณิกาหนุ่มด้วยเพคะ!”เฉินเสียนวางหนังสือลง เปลือกตาของเธอกระตุก “คืนไหน”94
อวี้เยี่ยนคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว นางตอบว่า “บ่าวรู้ว่าองค์หญิงคงจะไม่เชื่อและจะถามรายละเอียดในวันนั้น ดังนั้นบ่าวจึงไปสอบถามรายละเอียดมาด้วย มันเกิดขึ้นในคืนที่องค์หญิงกับคุณชายรองเฮ่อแอบเข้าไปในจวนตระกูลเฮ่อเพคะ!”“อ้อ” เฉินเสียนเอ่ยเพียงเท่านั้นและไม่ได้ออกความเห็นใดๆคืนนั้นเธอน่าจะโกรธและกังวลมากจนกัดเขาไปหลังจากนั้นเธอจึงกล่าวเสริมว่า “โลกภายนอกช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”“ไม่มีล