เฉินเสียนหันกลับไปเห็นจี้อายุยืนของเจ้าน่องน้อยและพูดขึ้นมาอีกว่า “นำสิ่งนี้ออกไปด้วย” ว่าแล้วเธอจึงก้มลงไปปลดจี้อายุยืนออกใครจะคิดว่าอยู่ๆ เจ้าน่องน้อยจะตื่นขึ้นมาตอนนี้ เขาใช้มือเล็กๆ ป้อมๆ จับจี้อายุยืนไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยแม่นมซุยรู้ว่าเธอไม่อยากเห็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับซูเจ๋ออีก เมื่อเห็นเช่นนี้นางจึงเอ่ยว่า “องค์หญิงเพคะ บ่าวเห็นแล้วคิดว่าเจ้าน่องน้อยคงจะชอบของชิ้นนี้ อีกทั้งการสวมจี้อายุยืนยังช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและช่วยให้อยู่เย็นเป็นสุขนะเพคะ”เจ้าน่องน้อยไม่ยอมปล่อยมือ เฉินเสียนจำต้องยอมแพ้พอตกดึกเฉินเสียนก็เข้านอน อวี้เยี่ยนช่วยกางผ้าม่านคลุมเตียงให้เธอเธอตะแคงข้างหันไปทางเจ้าน่องน้อย เธอเล่นกับฝ่ามือเล็กป้อมนั้นพลางกล่าวว่า “อวี้เยี่ยน เจ้าเองก็ไปนอนเถอะ”เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง เธอจึงจับจี้อายุยืนที่แขวนอยู่บนชุดของเจ้าน่องน้อยมันเรียบลื่นและเย็นสบาย เธอใช้ปลายนิ้วลูบเบาๆไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร จากที่ไม่มีใจก็เปลี่ยนเป็นมีใจความไม่ตั้งใจต่างๆ นานาที่ผ่านมาในอดีต เมื่อนึกถึงในตอนนี้ ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นมาในใจของเฉินเสียน87
ความน่ารื่นรมย์ของเขา แขนเสื้อที่อ่อนนุ่มของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณา ทั้งยังมีรอยยิ้มและไออุ่นของอ้อมกอด ความอ่อนโยนที่ฝ่ามือ คิดแล้วก็รู้สึกเหมือนได้กลับไปในวันวานทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่า การลืมดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากกว่าที่เธอคิดแต่นั่น