“จาง… จางอวิ๋น!?”เมื่อได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามในชุดขาวชัดเต็มสองตา ผู้อาวุโสห้าแห่งสำนักหนานไห่ก็ชะงักค้างไปครู่ใหญ่ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่กลางกบาล ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดพอได้ยินชื่อมรณะนี้ ชายชราผมดำและพรรคพวกที่อยู่ข้างๆ ก็หน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที รูขุมขนทั่วร่างหดเกร็ง ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือศัตรูตัวฉกาจด้วยความหวาดระแวง“ผะ… ผู้อาวุโสเก้า?”ผู้อาวุโสหกแห่งสำนักหลิงเซียนจ้องมองจางอวิ๋นที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวดภาพตรงหน้านี้ไม่ใช่ภาพหลอนก่อนตาย… แต่เป็นตัวจริงเสียงจริงงั้นรึ?“อึก!”ทันทีที่อ้าปาก น้ำทะเลเย็นเฉียบมหาศาลก็ทะลักเข้าปากและจมูกอีกครั้ง ทำให้หายใจไม่ออกในทันที ความเจ็บปวดที่หัวไหล่แล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกไฟเผาประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกขยายให้ชัดเจนขึ้นด้วยความทรมานแสนสาหัส ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากการขาดอากาศความตายกำลังกวักมือเรียกนางอีกครั้ง…แต่ในขณะที่นางรู้สึกทรมานจนแทบขาดใจ ฝ่ามือหนานุ่มที่ราวกับมีมนต์วิเศษช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดทั้งมวล ก็ทาบลงบนหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบาวูบ…ในพริบตา กระแสความ