ี้ก็อย่าไปฟังเลย เพื่อหลีกเลี่ยงการฝ่าฝืนกฎต้องห้าม……”ในต้นเดือนแห่งวสันตฤดู แสงแดดสดใส ผู้คนมากมายพากันออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวงท่ามกลางเมืองหลวงสงบสุข ส่วนเรื่องศึกทางทิศใต้นั่นดุเดือดเร่าร้อนกองกำลังทหารที่ฉินหรูเหลียงนำไป สร้างความโกรธแค้นให้แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเย่เหลียงไม่น้อย แม่ทัพทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมถอยมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากทางตอนใต้ของเมืองค่อยๆ ทยอยอพยพ มันเป็นช่วงเวลาแห่งสงคราม ยากที่จะปลอบขวัญปราชาชนตั้งแต่กลับจากหอฉู่อวี้ครั้งที่แล้ว เหลียนชิงโจวมัวแต่ยุ่งกับธุรกิจการค้า เฉินเสียนเองจึงนัดเขาค่อนข้างยากเขาทั้งหลบทั้งซ่อน และคอยพยายามปฏิเสธการเชื้อเชิญของเฉินเสียนอยู่ตลอด และจะไม่ยอมออกไปข้างนอกตามลำพังกับเธออย่างเด็ดขาดเพราะกลัวว่าเฉินเสียนจะจับเขาเข้าหอฉู่อวี้หรืออะไรจำพวกนั้นอีก52
เฮ่อโยวเองก็ไม่เห็นหน้าตั้งนานแล้ว ส่วนหลิ่วอีกว้าเปิดร้านเล็กๆ บนเรือแห่งหนึ่งเพื่อดูดวงให้กับผู้คนที่สัญจรไปมา ธุรกิจกำลังไปได้สวย และเขาเองก็ยุ่งเป็นอย่างมากเจ้าน่องน้อยอายุครึ่งขวบได้ ไม่เคยได้ออกจากจวนท่านแม่ทัพไปดูโลกภายนอกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาค่อยๆ เติบโต ยิ่งโตก็ยิ่งเป็นคนสงบสุขุมมากขึ้นจึงพลอยทำให้เฉินเสียนเป็นกังวลใจไม่น้อยเฉินเสียนได้ยินมาว่า ดอกสาลี่ที่ชานเมืองบานสะพรั่งขาวโพลนดุจช่อหิมะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่สวยที่สุดเธอจึงตั้งใจว่าจะพาเจ้าน่องน้อยออกไปเที่ยวชาน