เฉินเสียนเงยหน้ามองใบหน้าของเขา ภายในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เธอไม่อยากได้ยินคำว่า ‘เกะกะ’ จากปากของซูเจ๋อเธอไม่อยากทำให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นตัวเกะกะเฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่ได้ไม่พอใจ”ซูเจ๋อเอ่ยว่า “คำพูดของท่านคลุมเครือ ความจริงแล้วท่านคิดว่าข้าไม่ได้เกะกะ หรือคิดว่าข้าเกะกะแต่ไม่ได้ทำให้ท่านไม่พอใจกันแน่”“ข้าไม่เห็นรู้สึกว่าจะคลุมเครือตรงไหน เป็นท่านที่คิดมากไปเอง”ซูเจ๋อกระซิบอย่างแผ่วเบาว่า “เหตุใดท่านจึงอยากใช้ชีวิตร่วมกับเหลียนชิงโจว ท่านชอบเขามากรึ”เฉินเสียนนิ่งคิดอย่างจริงจังและกล่าวว่า “ชอบ เพียงแต่ยังพูดไม่ได้ว่าเป็นความชอบระหว่างชายหญิง ทว่าข้าคิดว่าความรู้สึกเช่นนี้เราค่อยๆ สร้างมันขึ้นมาได้ บางทีสักวันหนึ่ง ข้าคิดว่าถ้าเป็นก็คงดี”ซูเจ๋อเอ่ยอย่างพินิจพิจารณาว่า “เป็นเพราะท่านคิดว่าเขาเป็นพ่อของเจ้าน่องน้อยหรือ?”เฉินเสียนหยุดยืนอย่างตกใจและมองเขาด้วยความงุนงง “ท่านรู้ได้อย่างไร”“ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าท่านกับฉินหรูเหลียงแต่งงานกันมาหนึ่งปีกว่าและไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเขาเลย” ซูเจ๋อเอ่ยยิ้มๆ “นั่นหมายความว่าเจ้าน่องน้อย1215
ไม่ใช่ลูกของฉินหรูเหลียง และข้ายังจำได้อีกว่าตอนที่ตั้งชื่อให้เจ้าน่องน้อย ท่านยืนกรานที่จะใช้แซ่ ‘เหลียน’ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเดาได้”เฉินเสียนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ในใจคิดว่าเธอคงอยู่กับคนที่คิดอะไรละเอียดรอบคอบเกินไปไม่ได้ เพราะเขาเชื่อมโยง