ยากให้ข้าเต้นรำให้ท่านดูรึ”เสียงกู่เจิงของซูเจ๋อราวกับมีจิตวิญญาณและเต็มไปด้วยแรงกระตุ้น เขากล่าวว่า “เมื่อครู่นี้ข้าได้เห็นแล้ว แต่ถ้าท่านอยากจะเต้นรำให้ข้าดู ข้าก็ไม่รังเกียจ”เฉินเสียนตอบว่า “ข้าจะเต้นรำให้ตัวเองดู”ภายในใจของเธอเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระ ประหนึ่งว่าเธอมีปีกและกำลังโบยบินไปตามจังหวะการร่ายรำ บินขึ้นไปบนท้องฟ้า คว้าพระจันทร์ เด็ดดวงดาวและกอบดอกไม้ไฟมาไว้ในมือเสียงกู่เจิงของซูเจ๋อมีจังหวะที่เนิบช้าและซาบซึ้ง และเธอก็เต้นรำอย่างอ่อนหวานและเศร้าสร้อย1205
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงสีของดอกไม้ไฟในยามนั้นยังไม่งามเท่าภาพของบุคคลที่สวยที่สุดในโลกในสายตาของเขาทันใดนั้นก็มีขนนกลอยลงมาจากฟากฟ้าและตกลงมาบนฝ่ามือของเฉินเสียนเธอตาพร่าเล็กน้อยในตอนแรก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่า “ซูเจ๋อ หิมะตก”เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอมองเห็นรางๆ ว่ามีเกล็ดหิมะตกลงมาพร้อมกับดอกไม้ไฟเย็นๆ เหล่านั้นมันตกลงมาที่หว่างคิ้ว เส้นผม และแขนเสื้อของเธอเธอเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “นี่เป็นหิมะแรกของปีนี้ สวยจังเลย… ข้านึกว่าปีนี้จะไม่มีหิมะตกเสียแล้ว”ซูเจ๋อมองเธอและกล่าวว่า “ใช่ สวยมาก”โดยไม่ทันรู้ตัว เธอก็อยู่ที่ต้าฉู่แห่งนี้มาหนึ่งปีแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในปีนี้ แต่เธอก็ได้รับไมตรีจิตจากคนที่รักและจริงใจกับเธอจากใจจริงหิมะยังคงตกอย่างต่อเนื่อง เฉินเสียนหันกลับไปมองและเห็นว่ามีหิมะสีขาวตกลงมาบนเสื้อผ