เฉินเสียนไม่ยึดติดกับขนบธรรรมเนียมประเพณีเก่าเหล่านี้ แต่ยุคก่อนเคยเห็นตระกูลคนอื่นจัดงานกินเลี้ยงในคืนพระจันทร์เต็มดวง งานฉลองวันเกิดและงานอื่นๆ เพื่อนสนิทมิตรสหายและครอบครัวต่างพาลูกหลานมาร่วมงาน ใครชอบพอกันก็ต่างคนต่างกอดกัน จับมือทักทายระหว่างกันตอนนี้นายหญิงเหล่านั้นอาจจะไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้ามากอดเจ้าน่องน้อย แต่เฉินเสียนนั้นก็อุ้มเจ้าน่องน้อยไปเดินเล่นท่ามกลางนายหญิงเหล่านั้นเองเมื่อถึงหน้าเรือน ยังพอมีเวลาก่อนที่งานจะเริ่มเหล่านายหญิงพบกับเฉินเสียนเดินมา ก่อนจะทำความเคารพต่อกันเธอพูดด้วยกริยาวาจาที่สง่างาม ดูแลจัดการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่น่านับถือของนายหญิงของบ้านที่ดีแต่อีกด้านคือหลิ่วเหมยอู่ที่ถูกทิ้งไว้ให้นั่งอยู่เงียบๆหลิ่วเหมยอู่ไม่ใช่ไม่อยากไปร่วมคบค้าสมาคมกับนายหญิงเหล่านั้น แต่เมื่อตอนงานแต่งของนางกับฉินหรูเหลียงนั้นนางได้ก่อเรื่องพูดเจตนาว่าร้ายไว้หลังจากนั้นก็ยังแสดงกิริยาน่าเกลียดต่อหน้าเหล่าขุนนางในพระราชวังอีก เมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ในเมืองหลวงนี้และอีกอย่างหลิ่วเหมยอู่เป็นเพียงแค่อนุภรรยา เหล่าภรรยาหลวงของใต้เท้าไหนเลยจะมองไปที่นางกัน1127
ก่อนหน้านี้ทุกแห่งหนนั้นต่างนินทาว่าเฉินเสียนว่าคือองค์หญิงเป็นที่ไม่โปรดปราน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้วเธอได้ให้กำเนิดลูกชาย ไม่เพียงแต่จักรพรรดิจะให้ความสำค