ความโศกเศร้าปะทุออกมาจากเบื้องลึกหัวใจของเซียงซั่น ความทุกข์ทรมานที่ขมขื่น จนใจและจนปัญญา ไม่นาน แม้แต่จิตใจที่ครํ่าครวญต่อโชคชะตาก็ไม่หลงเหลืออีกเลยเมื่อยาออกฤทธิ์เต็มที่ นางเอื้อมมือไปคว้าเสื้อผ้าของตัวเอง พยายามที่จะปลอบใจตัวนางเองเมื่อออกจากหอหมิงเย่ว์ อากาศด้านนอกสดชื่นไม่น้อย เฉินเสียนที่ดมกลิ่นธูปหอมในหอนั่นค่อนข้างนาน จึงรู้สึกค่อนข้างวิงเวียนและปวดหัวเฉินเสียนสูดลมหายใจเข้าลึก เธอพยายามดึงข้อมือออก แต่ซูเจ๋อกลับไม่ยอมปล่อย มือของเขาจับที่ข้อมือของเธออยู่ ราวกับหยกอุ่นๆ ก็ไม่ปานเฉินเสียนถูกเขาพาออกจากหอหมิงเย่ว์ไปทั้งอย่างนั้น จำใจถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ จากรอบๆเพราะว่าซูเจ๋อเป็นชาย และเฉินเสียนเองก็ยังแต่งตัวเป็นชายชายทั้งสองจับมือถือแขนพากันเดินออกมาจากหอหมิงเย่ว์ บัดสีบัดเถลิง!ถนนบุปผาเส้นนี้คึกคักครื้นเครงดูมีชีวิตชีวา ขอทานที่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้ก็พากันมาขอทานที่นี่หมด หวังเพียงว่าหลังจากที่ลูกค้าเข้าออกหอนางโลมจนพึงพอใจแล้ว จะใจกว้างโยนเศษเงินให้กับพวกเขาบ้างแต่แล้วซูเจ๋อที่พึ่งจะพาเฉินเสียนออกจากหอหมิงเย่ว์ ก็เจอเข้ากับขอทานสี่ห้าคนที่ถือชามไว้ พูดขึ้นว่า : “คุณชายขอหน่อยเถอะ แบ่งปันให้บ้างนะขอรับ!”1067
คนปกติทั่วไปที่ไม่เข้าใจ จะเมินและไม่สนใจ เดินหนีไปทางอื่น กลุ่มคนขอทานจะไม่ดันทุรังและคอยตามตื๊อต่อแต่ซูเจ๋อกลับหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาเขาพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉย : “คนที