ซียงซั่นจึงพูดขึ้นว่า : “พระองค์เดินออกจากห้องนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว หม่อมฉันจะเปิดเผยฐานะของพระองค์ที่แต่งหญิงเป็นชายกลางห้องโถงนั่น! เป็นสตรีแต่กลับกล้ามาเที่ยวหอนางโลม ข้างในนี้เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ที่หิวกระหายอย่างบ้าคลั่ง หม่อมฉันไม่เชื่อว่าวันนี้พระองค์จะย่างก้าวออกไปจากที่นี่ได้”เห็นเฉินเสียนไม่พูดอะไรออกมา เซียงซั่นจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งต่อ :“ถึงแม้ว่าพระองค์จะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นองค์หญิง แต่อยู่ในที่แบบนี้ใครมันจะไปเชื่อคำพูดของพระองค์ มีผู้หญิงมาส่งถึงที่ตั้งสองคน แม่เล้าของหอนางโลมคงดีใจไม่น้อย ไม่แน่พระองค์อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหม่อมฉันก็เป็นได้!”เฉินเสียนเดินย้อนกลับไปอีกครั้ง พูดขึ้นอย่างใจเย็น : “งั้นข้ายังไม่รีบกลับนั่งเล่นในห้องของเจ้าสักพักก่อน ถือโอกาสฟังเจ้าเสียหน่อย ว่าที่อยากให้ข้าอยู่ที่นี่ต่อเจ้าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”เซียงซั่นเห็นใบหน้าที่สงบนิ่งของเฉินเสียน นางรู้สึกเกลียดที่ไม่สามารถฉีกใบหน้าที่เมินเฉยไม่แยแสนั้นได้ อยากให้เธอหวาดผวาเหมือนกับที่นางเป็น!เซียงซั่นมองชาที่อยู่บนโต๊ะข้างเฉินเสียนเหลือเพียงครึ่งถ้วย จึงพูดขึ้นอย่างชอบใจ : “เมื่อครู่พระองค์คงดื่มชานี้สินะ”เฉินเสียนไม่ได้ตอบแต่กลับถามไปว่า : “แล้วยังไง?”เซียงซั่นไม่มีอะไรให้น่าสังเวชและสมเพชเวทนา นางหัวเราะอย่างชั่วร้าย :“หม่อมฉันใส่ยาชุนฮวาถีลงไปในถ้วยชาของพระองค์ พระองค์รู้หรือไม่ว่าม