ันควันว่า“องค์หญิง!องค์หญิงรีบดูสิเพคะ!ท่านชายยิ้มแล้วเพคะ!”แต่เจ้าน่องน้อยแบะปากยิ้มแวบหนึ่งก็ผ่านไป รอจนเฉินเสียนหันมาดู เขาก็ไม่ยิ้มแล้วเฉินเสียนพยายามปักหลักสู้ไม่ถอยหยอกล้อเขาอีกครั้งทันที เขาก็ยังคงไม่ยิ้มเฉินเสียนกล่าวอย่างอ่อนเพลียว่า“เห้อ สรุปว่าข้าหยอกล้อเขาหรือว่าเขาหยอกล้อข้ากันนะ”หลังจากนั้นไม่กี่วัน เฉินเสียนปรากฏตัวที่หน้าหอนางโลมเข้าสู่เหมันตฤดูท้องฟ้ามืดเร็วกว่าปกติยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แหล่งซ่องนางโลมแห่งนี้ถึงได้เริ่มโคมแสงไฟสีสันงดงาม บรรยากาศกลิ่นหอมของสตรีลอยตลบอบอวล เสียงดังอยู่ข้างหูไม่หยุดพักแขกหลากหลายรูปแบบอ้อยอิ่งไม่อาจหักใจจากไปเช่นนี้ เหล่าสาวงามที่เชิญชวนแขกอยู่ด้านหน้าใช้รอยยิ้มกินใจหลอกล่อให้ผู้คนหลงใหลถ้าหากมีแหล่งพักพิงที่ดี ใครจะยินยอมร่อนเร่เดินทางมาลำบากกันเล่า?รอยยิ้มนั่น เป็นรอยยิ้มที่ฝืนใจว่ามีความสุข1051
อวี้เยี่ยนหวาดกลัวมาก ดึงบีบมือของเฉินเสียนแน่น แล้วกล่าวว่า “คุณชายสถานที่นี้……พวกเราเข้าไปไม่ได้จริงๆนะ”เฉินเสียนกล่าวว่า “สาวงามด้านในจะจับเจ้ากินหรือ?”“พวกนางอยากกิน ก็กินไม่ลงหรอก บ่าวรู้สึกว่าเข้าออกสถานที่เช่นนี้ ทำลายศีลธรรมอันดีนะ”“ขนาดบ่อนการพนันเจ้าก็เข้าแล้ว ที่นี่ยังไม่กล้าเข้าหรือ?”อวี้เยี่ยนแสดงสีหน้ายุ่งมู่ทู่แน่นอนว่านางรู้ว่าเหตุใดเฉินเสียนถึงมาที่นี่ เพราะว่าเซียงซั่นอยู่ในหอหมิงเยว์แต่ที่นี่เป็นสถานที่ที่พวกผู้ชายมาเสาะ