แกนกลางของค่ายกลเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ด้านนอกทันที พร้อมกับสะบัดมือวูบหนึ่ง
วิ้ง! วิ้ง!
ความว่างเปล่าเบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยว ปรากฏภาพฉายจำลองขึ้นมาทีละภาพอย่างน่าอัศจรรย์
ในภาพเหล่านั้นคือทิวทัศน์จุดต่างๆ ภายในเมืองเซียนอูที่ถูกจับตาดูอยู่
และสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับภาพหนึ่งที่ฉายเหตุการณ์หน้าตำหนักใหญ่
ในภาพนั้น… ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีม่วงหรูหรา ท่าทางเคร่งขรึมเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยโทสะ กำลังระดมปล่อยกระบวนท่าโจมตีใส่เกราะป้องกันของตำหนักอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
คนคนนี้… คือเจ้าสำนักหลิงเซียนไม่ผิดแน่!
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามที่เห็นภาพเหตุการณ์นั้นต่างก็หันมามองจางอวิ๋นเป็นตาเดียว
“มองข้าทำไม?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
เมื่อครู่เขาก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเจ้าสำนักหลิงเซียนหายตัวไปไหน ตอนที่อยู่ในมิติทะเลพลังอู เขาจำได้แม่นว่าอีกฝ่ายถูกดูดออกมาแล้ว แต่พอมองหากลับไม่เจอเงา นึกไม่ถึงว่าจะกระเด็นไปโผล่อยู่หน้าตำหนัก
“นายน้อย… เดิมทีท่านเจ้าสำนักหลิงเซียนออกมาได้ก่อนท่านก้าวหนึ่งขอรับ”
กู่หงเหวินรีบอธิบาย พลางชี้ไม้ชี้มือไปที่รูโหว่ขนาดใหญ่บนเพดานตำหนัก “แต่ตอน