น้อยเฉินเสียนจับมือของซูเจ๋อไว้โดยไม่รู้ตัว แก้มเริ่มร้อน หายใจก็ใกล้จะพ่นเป็นไฟ และถามด้วยความหมายที่คลุมเครือ “ท่านกำลังพยายามที่จะแก้พิษให้ข้า?”ซูเจ๋อพูด “หากท่านเชิญด้วยความจริงใจ ข้าก็ไม่ขัด”ตอนนั้นเธออยู่ใกล้ชิดเขา รับรู้ถึงลมหายใจของเขา ดมกลิ่นไม้กฤษณาบนตัวเมื่อเผลอจับหน้าอก และสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจของเขาในใจเธอสั่น และมีความรู้สึกแปลกประหลาดคอของเฉินเสียนเรียวและเป็นสีแดงเข้ม ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ซูเจ๋อหลีกเลี่ยงมือของเธอจึงปลดเสื้อได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นไหล่ที่บอบบางและกลมของเธอ1007
กระดูกไหปลาร้าปรากฏขึ้น และเฉินเสียนรู้สึกว่าร่างกายเดือดพล่าน หายใจหอบอย่างควบคุมไม่ได้ และอารมณ์กับการหายใจก็วุ่นวาย“ซูเจ๋อ……..”ซูเจ๋อใช้นิ้วค่อยๆ ดึงผมของเธอมาไว้ที่หน้าอก พยุงเอวของเธอมาไว้ที่อ้อมแขนของตัวเอง พูดเสียงที่ทุ้มตํ่า “เอนมาที่ข้า เช่นนี้ข้าก็มองไม่เห็นอะไรแล้ว”เขาไม่ใช่ฉินหรูเหลียง เขาไม่เคยรังเกียจและไม่เคยปฏิเสธเธออาจเป็นเพราะเขาคือซูเจ๋อเขาสามารถปล่อยวางตัวเองถอดการป้องกันทั้งหมดได้ นอกจากเขาแล้ว จะเป็นใครก็ไม่ได้ในเวลานั้นเฉินเสียนคิดว่าตัวเองได้เผาไหม้สมองจนพังไปแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความคิดที่ไร้สาระเช่นนั้นซูเจ๋อลดเสื้อผ้าของเธอออก เธอพิงอยู่อ้อมแขนของเขา เผยให้เห็นชิ้นส่วนของผิวด้านหลังของเธออ้อมกอดของซูเจ๋อนั้นเย็นยะเยือก ทำให้เธอยิ่งพยายามอยากเข้าใกล้ เ