ซูเจ๋อ : “ชื่อนี้น่าฟังกว่าเหลียนข่านตรงไหนกัน?”“นี่เป็นชื่อเล่น จะทางการขนาดนั้นทำไมกัน?” เฉินเสียนจับแขนและเท้าเล็กๆ ของลูกชายเล่น ยิ้มตาหยี พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “มีลูกชายทั้งคน ไม่เอามาแกล้งเล่นเสียหน่อยน่าเสียดายแย่ แขนและขาอันน้อยๆ วันข้างหน้าข้าจะให้เขาตามหลังข้าคอยเป็นเจ้าภาระน้อยไปซะทุกที่เลย ชื่อเจ้าน่องน้อยไม่เหมาะหรือ?”สุดท้ายแล้วชื่อเล่นของลูกชายก็ตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็คือ “เจ้าน่องน้อย”ขาน้อยๆ ก็ถีบไม่หยุด เหมือนจะกำลังประท้วงเพียงแต่ว่าเขายังพูดไม่ได้ จะร้องก็ไม่ร้อง การประท้วงของเด็กน้อยจึงไม่มีผลเลย“ซูเจ๋อ ดูเหมือนท่านจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่?”“เพียงแค่อย่าเล่นจนเกินไป ท่านดีใจก็พอแล้ว”เฉินเสียนถอนลมหายใจ แล้วจึงใช้ผ้าห่อขาน้อยๆ นั่นไว้ หยิกแก้มของเขาเบาๆ แต่เขากลับไม่ตอบสนองอะไรเฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “ไม่ยอมร้องเลย ท่านว่าเขาเป็นใบ้หรือเปล่า?”ซูเจ๋อยื่นมือออกไป สัมผัสผิวตรงขาที่อ่อนนุ่มด้วยปลายนิ้ว ลูบไล้เบาๆ ด้วยความตั้งใจ เมื่อมองลึกเข้าไปผ่านเค้าโครงร่างน้อยๆ นี้ ราวกับว่ากำลังมองใครบางคนที่ใจของเขาคอยคะนึงถึงเสมอ768
ทั้งที่คนผู้นั้นอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “รอให้เขาครบสักขวบสองขวบก่อน หากยังไม่ยอมส่งเสียงร้อง ค่อยสรุปอีกทีก็ไม่สาย นี่เพิ่งจะกี่วันเอง รีบด่วนสรุปคิดแบบนี้ ไม่กลัวว่าเขาจะเสียใจเอาหรือ?”“เสียใจหรือ? เขาเป็นเด็กที่แม้แต่เวลาหิวก็ยังร้อง