ยนที่กำลังชั่งยาเพื่อจัดยา แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ท่านไปเรียนการแพทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”“ก็คงก่อนที่ข้าจะโง่เขลากระมัง” เฉินเสียนพูดไปเรื่อยเปื่อย : “ท่านไม่ได้กำลังจะไปรายงานกับฝ่าบาทหรอกหรือ?”“ท่านจำเป็นต้องพูดขนาดนี้เชียวหรือ?”เฉินเสียนหัวเราะ ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรผ่านไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ฉินหรูเหลียงก็พูดขึ้นว่า : “หลายวันมานี้ ขอบใจท่านมากที่คอยดูแลข้า”เฉินเสียนหยุดอึ้งไป เงยหน้าขึ้นมามองเขา : “ท่านว่าอะไรนะ?”“ขอบใจท่านมากที่คอยดูแลข้า” ฉินหรูเหลียงพูดใหม่อีกรอบเฉินเสียนกลับพูดขึ้นว่า : “พูดดังๆ หน่อยข้าไม่ได้ยิน”เส้นเลือดใหญ่ที่ขมับของฉินหรูเหลียงเต้นตุ้บๆ เขาจึงพูดขึ้นว่า : “ได้คืบจะเอาศอก”เฉินเสียนเม้มปากยิ้ม พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “คืออย่างนี้ เห็นแก่ที่ท่านมีความจริงใจบ้าง ข้าเลยมีของขวัญจะให้ท่าน”654
“ของขวัญอะไร?”“หลายวันมานี้ทั้งเมืองหลวงเต็มไปด้วยทหาร กายใจราษฎรพากันแตกตื่น นี่เป็นความตั้งใจของท่านแม่ทัพหรือ?”ฉินหรูเหลียงแววตาลุ่มลึก พูดขึ้นว่า : “วันฉลองวันคล้ายวันประสูติของพระพันปี ในวังกลับเกิดเรื่องเยี่ยงนั้นขึ้น ระมัดระวังรอบคอบไว้ก่อนไม่ควรหรือ?”ถ้าคิดแบบนี้ ก็ไม่มีอะไรไม่ควรหรอก“นักฆ่ากับสายลับถูกท่านแม่ทัพกำจัดหมดแล้วไม่ใช่หรือ? หรือว่ายังเหลือคนที่ยังจับไม่ได้? ผู้สมรู้ร่วมคิดของนักฆ่า?” เฉินเสียนถามขึ้นฉินหรูเหลียงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “เรื่องที่ท่า