เฉินเสียนเลิกคิ้ว วางตะเกียบลงพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ก็น่าแปลกใจอยู่นะเหมยอู่ห่วงเรือนร่างของนางขนาดนั้น มื้ออาหารปกติก็เห็นกินแค่ไม่กี่คำ แต่มื้อดึกกลับกินเยอะขนาดนี้? หรือเป็นเพราะเซียงหลิงกินกับนางด้วยงั้นเหรอ?”อวี้เยี่ยนส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไม่น่าจะเป็นไปได้ หม่อมฉันสนิทสนมกับองค์หญิงขนาดนี้ ก็ยังต้องแยกทานเลย นางหลิ่วกับเซียงหลิงก็ยิ่งแล้วใหญ่เลยเพคะ”“เจ้าคอยสอดส่องหน่อยก็แล้วกัน”เวลานี้ เซียงหลิงได้นำอาหารไปยังสวนดอกพุดตาน แล้วพูดกับหลิ่วเหมยอู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ : “นายหญิงเจ้าคะ เมื่อครู่นี้ตอนที่บ่าวไปเอาอาหารที่ห้องครัว บ่าวได้เจอกับอวี้เยี่ยนคนข้างกายขององค์หญิงด้วยเจ้าค่ะ”หลิ่วเหมยอู่นิ่งไปชั่วขณะ แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “แล้วเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”เซียงหลิงส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไม่มีเจ้าค่ะ บ่าวบอกเพียงว่ามาเอาอาหารให้นายหญิง อวี้เยี่ยนก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ บ่าวเองก็นึกไม่ถึงว่าดึกขนาดนี้แล้ว อวี้เยี่ยนยังจะไปที่ห้องครัว”หลิ่วเหมยอู่พูดขึ้นว่า : “เจ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นหน่อย คราวหน้าก็ระวังอย่าให้เจอ”เฉินเสียนรู้สึกว่า เรื่องผิดปกตินี้มีอะไรในกอไผ่อย่างแน่นอน646
เธอสั่งให้อวี้เยี่ยนไปที่ห้องครัวในเวลาเดียวกันสองวันติด แต่เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น อวี้เยี่ยนจะต้องห้ามปรากฏตัวในห้องครัว ทำได้แค่หลบอยู่ในที่มืดๆ เท่านั้น รอดูว่าเซียงหลิงจะไปที่ห้องคร