วเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ไม่เลวนี่ อวี้เยี่ยน นับวันยิ่งมีศักยภาพของโจรเข้าทุกวัน หน้านิ่งไม่ลนลานแม้แต่นิดเดียว”อวี้เยี่ยนกลอกตามองบน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “องค์หญิงหยุดเย้าหม่อมฉันได้แล้วเพคะ พระองค์ลองทายดูสิว่าหม่อมฉันเห็นอะไร?”เฉินเสียนเลิกคิ้ว ส่งสัญญาณให้นางพูดต่อ“หม่อมฉันเห็นหมอกำลังยกกะละมังเลือดออกมาจากห้องของเซียงหลิงเซียงหลิงเองก็ได้ยกกะละมังเลือดตามออกมาด้วย แล้วนำไปเททิ้งที่แปลงดอกไม้กลางเรือน”เฉินเสียนพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ : “เจ้าแน่ใจรึว่าไม่ได้ดูผิด หมอผู้นั้นเดินออกจากห้องของเซียงหลิงไม่ผิดแน่นะ? และกะละมังที่เซียงหลิงยกออกมานั้นเป็นนํ้าเลือดจริงๆ?”อวี้เยี่ยนพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “หม่อมฉันเห็นมันชัดเจนมาก สีเลือดนั้นแดงสด ไม่ใช่ปุ๋ยที่ใช้บำรุงดอกไม้หรอกมั้งเพคะ”พูดจบ อวี้เยี่ยนจู่ๆ ก็เริ่มลังเลขึ้นมา แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “องค์หญิง นางหลิ่วคงไม่ได้เป็นอีสุกอีใสหรอกมั้งเพคะ โรคอีสุกอีใสเลือดคงจะไม่ไหลเยอะขนาดนี้648
หม่อมฉันจำได้ว่าองค์หญิงก็เคยเป็นโรคนี้มาก่อน ขอเพียงแค่ไม่ทำให้ตุ่มนํ้าแตกมันก็จะค่อยๆ ดีขึ้น”เฉินเสียนลูบคางอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบกลับว่าใช่หรือไม่หมอไปดูไข้ให้หลิ่วเหมยอู่ แต่กลับเดินออกมาจากห้องเซียงหลิง เซียงหลิงได้ไปที่ห้องครัวเอาอาหารมาปริมาณมาก และยังมีเลือด……แต่ในระหว่างที่ยังไม่กระจ่าง ก็ห้ามมองข้ามบทสรุปไปยาหม้อที่หลิ่วเหมยอู่ต้องใช้ ถู