ฉินหรูเหลียงรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ในเสี้ยวเวลาหนึ่ง เขากลับแอบหวังให้เฉินเสียนที่หยิ่งยโสและโอหังคนนั้นมาหาเรื่องเขาถึงที่เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไงกันในระหว่างที่พักรักษาตัว จู่ๆ องค์จักรพรรดิก็ทรงเสด็จมาเยี่ยมที่จวนแม่ทัพอย่างคาดไม่ถึง แสดงถึงความรักและความเมตตากรุณาเฉินเสียนเองต้องออกมารับเสด็จอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องมารอรับเสด็จที่เรือนหลักพร้อมกับฉินหรูเหลียงดูแล้วองค์จักรพรรดิยังทรงมีความเมตตา พระองค์ทรงตรัสขึ้นว่า :“ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ลำบากแม่ทัพฉินแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ามัวแต่ยุ่งกับงานในหน้าที่จนทำให้หายป่วยช้าขนาดนี้ ไม่ต้องพิธีรีตองแล้ว พักให้หายดีเถิด ตอนนี้อาการของแม่ทัพฉินเป็นอย่างไรบ้าง?”ฉินหรูเหลียงยกมือขึ้นคารวะแล้วทูลว่า : “กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงห่วงใย อาการของกระหม่อมดีขึ้นมาก อีกไม่นานก็จะหายเป็นปกติพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่รีบร้อน เจ้าค่อยๆ รักษาตัว ข้าอนุโลมให้เจ้างดการเข้าเฝ้ายามเช้าชั่วคราว” องค์จักรพรรดิทรงถอนลมหายใจ แล้วทรงตรัสขึ้นว่า : “อ้ายชิงต้องโทษข้า เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่พลเรือนและทหาร เรื่องนี้ข้าจะไม่จัดการอย่างเข้มงวดไม่ได้”“เป็นเพราะกระหม่อมทำผิด ที่กระหม่อมได้รับถือเป็นโทษผ่อนปรนที่ฝ่าบาททรงเมตตากรุณาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”639
เฉินเสียนยืนฟังอยู่ข้างๆองค์จักรพรรดินี่ตบหัวแล้วลูบหลังจริงๆ ฉินหรูเหลียงเองก็ซื่อสัตย์จงรักภักดีเหลือเก