หลิ่วเหมยอู่หายใจเข้าหนึ่งครั้ง และแสร้งทำเป็นใจดี “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี้ก็เป็นอีกหนึ่งชีวิตเช่นกัน เขาได้รับบาดเจ็บถึงได้ถลันเข้ามาที่สวนดอกพุดตานของเรา ข้าไม่อาจจะเมินเฉยต่อเขา ทั้งนี้หากว่าเขาตายไป งั้นเราก็ไม่บาปหรือ”“แต่ว่าชายหญิงมีความแตกต่าง หากถูกจับได้ ท่านแม่ทัพคงจะไม่เชื่อใจข้าแล้ว ดังนั้นเจ้าต้องช่วยข้าปิดปากให้เงียบ เข้าใจหรือไม่?”หลิ่วเหมยอู่มองตรงไปที่เซียงหลิง เห็นว่าเซียงหลิงเกิดการหวาดกลัวขึ้น “ไม่เช่นนั้น เจ้าและข้าต้องถึงคราตายแน่ๆ และแน่นอนสิ่งแรกที่ท่านแม่ทัพจะฆ่าให้ตายต้องเป็นเจ้า”ตอนนี้คนก็ได้ช่วยไว้แล้ว ยังสามารถจะทำอะไรได้อีก เซียงหลิงได้แต่พยักหน้า แต่นางคงไม่อยากเอาชีวิตน้อยๆ ไปเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้าเซียงหลิงกล่าว “แต่หากว่าท่านแม้ทัพเกิดมาที่สวนดอกพุดตาน…….”เรื่องมาถึงตอนนี้หลิ่วเหมยอู่ก็ไม่สามารถคืนดีกับฉินหรูเหลียงเหมือนก่อนได้อีกแล้ว นางกล่าว “พรุ่งนี้เจ้าบอกคนนอกว่า ข้าเป็นโรคอีสุกอีใส”โรคอีสุกอีใสสามารถติดต่อได้ อย่างนี้ก็ไม่อาจมีใครกล้าเข้ามาที่สวนดอกพุดตานแล้ว หลิ่วเหมยอู่ก็มีเหตุผลที่จะไม่ต้องออกไปจากสวนดอกพุดตานหากว่าฉินหรูเหลียงต้องการมาที่สวนดอกพุดตาน…….อาจจะถูกผู้ดูแลในจวนและพวกบ่าวอาวุโส ห้ามไว้หลิ่วเหมยอู่บอกให้เซียงหลิงอย่าเพิ่งรีบร้อนไปเรียนท่านหมอ614
รอให้หลิ่วเฉียนเฮ้อฟื้นขึ้นมา หลิ่วเหมยอู่รู้ว่าเขาร่างกายอ่อนแอมาก จึงงพูดว่า “บาดแผลข