”เฉินเสียนโกรธเคืองขึ้นมาทันใด “กลัวอะไรของท่าน! เห็นอยู่ชัดๆ ว่าท่านแสร้งมาทำเนียน ข้ารู้ว่าท่านรู้ศิลปะการต่อสู้!”ซูเจ๋อใช้นํ้าเสียงจริงจัง “แต่พวกเขามีดาบ และในมือข้าไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียว”เจ้าว่าไปคำหนึ่งข้าว่าไปคำหนึ่ง องครักษ์วังหลวงที่อยู่อีกด้านกำลังตรวจตราเข้ามาในโรงเรียนภายในโรงเรียนไร้ซึ่งแสงสว่าง เช่นนั้นพวกเขาจึงคอยระวังทุกย่างก้าวเพราะเกรงว่าจะถูกลอบโจมตีเฉินเสียนได้ยินเสียงชุดเกราะที่พวกเขาสวมใส่ เสียงรองเท้าบูตเหล็กเหยียบยํ่าลงบนพื้น ทีละก้าว ทีละก้าว รบกวนจิตใจให้อยู่ไม่เป็นสุขเฉินเสียนที่ยังอยู่ในตู้หนังสือกับซูเจ๋อ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กันพยายามดันหน้าอกของเขาออก เท้าก็พลันเตะนั้นเตะนี้ไปทั่วซูเจ๋อปิดหูของนางเอาไว้ นํ้าเสียงทุ้มตํ่าเอ่ยขึ้น “อย่าทำให้เกิดเสียง มีคนกำลังมา หาไม่แล้วข้าจะกอดท่านไว้”583
เขากางแขนออกแล้ววางกั้นเฉินเสียนไว้ทั้งสองข้าง เธอสงบลงทันที ไม่สร้างความวุ่นวายอีกร่างกายของทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก ซูเจ๋อไม่ได้แตะต้องเธอแม้แต่น้อย แต่บางทีอาจมีบ้างที่ชุลมุน ทำให้ชายเสื้อของทั้งสองเกี่ยวพันกัน และลมหายใจดังชัดเจนอยู่ข้างใบหูเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ ร่างกายของเฉินเสียนก็แข็งทื่อโดยไม่รู้ตัวโสตประสาทการได้ยินของซูเจ๋อว่องไวกว่าเธอมาก ตอนที่องครักษ์วังหลวงก้าวเข้ามาในห้อง เขากลับไม่ตื่นตระหนก นิ่งสงบไม่ไหวติงเฉินเสียนจำเป็นต้องกำเหงื่อเย็นๆ ข