ะไม่รู้ว่าติ๊งต๊องนั้นหมายความว่าอะไร แต่ฉินหรูเหลียงรู้ว่ามันไม่ใช่คำที่ดีอย่างแน่นอนเฉินเสียนยังคงถูมือของเธอไปตลอดทาง และเธอก็รู้สึกรังเกียจเมื่อนึกถึงตอนที่ฉินหรูเหลียงได้สัมผัสมือของเธอยิ่งเธอรังเกียจมากเท่าไหร่ ฉินหรูเหลียงก็ยิ่งอารมณ์เสียมากเท่านั้น กล่าวว่า:“ท่านคิดว่าข้าอยากแตะต้องท่านอย่างนั้นหรือ? ท่านเสียเปรียบคนเดียวหรืออย่างไร?”เมื่อมาถึงหน้าเรือน อวี้เยี่ยนที่เฝ้ารออยู่ข้างประตู เห็นเธอกลับมาอย่างปลอดภัยก็รู้สึกโล่งใจเฉินเสียนลงจากรถม้า ก็ออกคำสั่งทันทีว่า: “เร็วเข้า อวี้เยี่ยน รีบพาข้าไปล้างมือหน่อยเร็ว”อวี้เยี่ยนงงงวย แต่ก็ประคองเฉินเสียนเข้าไปข้างใน แล้วถามเธอว่า: ” มือขององค์หญิงเป็นอะไรหรือเพคะ?”“สัมผัสของสกปรกไปน่ะ ตอนนี้เหม็นกลิ่นสุนัขไปหมด”อวี้เยี่ยนเข้าใจ ก็รีบไปตักนํ้าสะอาดพร้อมหยิบเก้าอี้ออกมา ให้เฉินเสียนนั่งอยู่ที่เรือนและล้างมือซํ้าแล้วซํ้าเล่า558
อวี้เยี่ยนพูดอย่างแผ่วเบาข้างๆเธอว่า: “องค์หญิงเพคะ มือขององค์หญิงแดงไปหมดแล้วเพคะ ประเดี๋ยวมันจะลอกเอานะเพคะ”เฉินเสียนยื่นมือออกไปที่ปลายจมูกของเธอและถามว่า: “เจ้าลองดมดูว่ายังมีกลิ่นสุนัขอยู่หรือไม่?”อวี้เยี่ยนดมอย่างจริงจังและตอบยิ้มๆว่า: “ไม่มีแล้วเพคะ มีเพียงกลิ่นหอมๆแล้วเพคะ”เฉินเสียนนึกถึงฉากเมื้อตอนเช้า อากาศร้อนมาก ฉินหรูเหลียงจับมือเธอและเหงื่อออกเล็กน้อย ความรู้สึกนั้นแย่มาก และมันก็ทำให้เธอตัวสั่นใ