่อเจอซูเจ๋อ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดเขาขยับลำคอและเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง “ท่านอาจารย์ องค์หญิงถูกลักพาตัว”อวี้เยี่ยนออกมาจากที่นั่นพร้อมกับคนของเหลียนชิงโจว ระหว่างทางนางเดินอย่างไม่มั่นคงนักเพราะขาทั้งสองข้างยังคงอ่อนแรง ต่อมานางก็เกาะบริวารผู้นั้นไว้ เอ่ยเสียงสั่นว่า “ข้าทนรออยู่เฉยๆ ไม่ได้ ไม่เอาแล้ว ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น…ข้าจะไม่กลับไปกับเจ้า เจ้าต้องพาข้ากลับไปที่จวนแม่ทัพเดี๋ยวนี้!”บริวารของเหลียนชิงโจวรู้สึกลำบากใจ “แม่นางอวี้เยี่ยนบาดเจ็บขนาดนี้คุณชายกำชับไว้ว่าให้พาเจ้ากลับไปพัก”“ไม่ ข้าต้องกลับไปที่จวนแม่ทัพ!” อวี้เยี่ยนเอ่ยอย่างหนักแน่น “องค์หญิงหายตัวไป ข้าจะไปขอให้ท่านแม่ทัพไปช่วยองค์หญิง”บริวารผู้นั้นรั้งอวี้เยี่ยนไว้ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องไปที่จวนแม่ทัพกับนางเฉินเสียนรู้สึกวิงเวียนศีรษะ เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอจึงพบว่าตัวเองถูกมัดไว้ในกระสอบและนอนอยู่บนเกวียนที่สั่นโคลงเคลง สายลมยามเย็นพัดมาปะทะจากทั้งสองข้างและนำพากลิ่นอายของเนินเขาเขียวขจีซึ่งอยู่นอกเมืองมาด้วย479
ล้อเกวียนที่กำลังหมุนไปข้างหน้าสั่นสะเทือนจนทำให้เธอเวียนหัวเฉินเสียนจำเป็นต้องปรับท่าทางของตัวเองใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สบายกายไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหนแล้ว ตอนที่ร่างกายของเฉินเสียนจวนเจียนจะแข็งทื่อไปครึ่งหนึ่ง เสียงของล้อเกวียนก็ค่อยๆ หยุดลงมีแสงสีเหลืองเข้มส่องผ่านรูเล็กๆ ของกระสอบป่านเข้ามา เฉินเสียนพยายา