กลิ้นจี่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วและกล่าวว่า “เมื่อก่อนตอนอยู่ในวังหาชิมลิ้นจี่สดๆ เช่นนี้ยากนัก องค์หญิงทรงชิมสักลูกสิเพคะ”เฉินเสียนชิมแล้วก็สัมผัสได้ถึงรสชาติอันหอมหวานภายในปาก เธอหยีตาอย่างมีความสุขและกล่าวว่า “อวี้เยี่ยน เจ้าไม่ต้องสุภาพนักหรอก ปอกให้ตัวเองชิมสักลูกสิ”“สุภาพอะไรกันเพคะ คุณชายเหลียนบอกว่าท่านนำมาให้องค์หญิงได้ชิมลิ้นจี่รสชาติสดใหม่” อวี้เยี่ยนกลืนนํ้าลายและเอ่ยต่อว่า “ลิ้นจี่ขององค์หญิง บ่าวจะกินได้อย่างไรเพคะ”เหลียนชิงโจวใช้นิ้วอุ่นๆ หยิบลิ้นจี่ขึ้นมาหนึ่งลูก เขาปอกเปลือกแล้วชิมจากนั้นจึงพูดว่า “ที่นี่ไม่มีคนนอก ในเมื่อองค์หญิงตรัสดังนั้น อวี้เยี่ยนก็ย่อมกินได้อยู่แล้ว”ดวงตาของอวี้เยี่ยนเป็นประกาย ทำปากขมุบขมิบและกำมือแน่น “จริงหรือเพคะ บ่าวกินได้จริงๆ หรือเพคะ”เฉินเสียนฉวยโอกาสนี้หยิบลิ้นจี่ที่ปอกเปลือกไว้แล้วยัดใส่ปากของอวี้เยี่ยนเหลียนชิงโจวไม่ได้กินมากเท่าเฉินเสียนกับอวี้เยี่ยน หลังจากกินไปได้สองลูกเขาก็เช็ดมือ เอ่ยเตือนว่า “เสวยมากเกินไประวังจะร้อนในนะพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”“ไม่กลัว ไม่กินก็เสียเปล่านะสิ”เหลียนชิงโจวเอ่ยลอยๆ ว่า “ดูเหมือนองค์หญิงจะชอบเสวยลิ้นจี่มากจริงๆ”352
เฉินเสียนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ข้าเห็นเจ้ากินแค่นิดเดียวก็หยุดเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าไปหามาให้ข้ากินโดยเฉพาะหรอกนะ เจ้ารู้ด้วยหรือว่าข้าชอบกินลิ้นจี่”“ตอนนี้เป็นช่วงที่ลิ้นจี่ของหลิ่งหนานมีรสชาติ