เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉย : “ยังไม่ถึงขั้นที่ข้าต้องมารับผิดชอบหรอก คนคนหนึ่งมีมีดอยู่ในมือ จะใช้หั่นผักทำกับข้าวหรือใช้เพื่อเข่นฆ่าคน ก็ขึ้นอยู่กับตัวนางเองทั้งนั้น เซียงซั่นกับอวิ๋นเอ๋อร์มีความแค้นต่อกัน และไม่มีใครยอมใคร ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสนี้ และหากมีโอกาสอื่นแทน เซียงซั่นก็จะหาวิธีจัดการอวิ๋นเอ๋อร์เหมือนเดิม”อวี้เยี่ยนกำลังช่วยเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เฉินเสียนหันหน้ามามองอวี้เยี่ยน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “มีแต่หลิ่วเหมยอู่ที่ชอบไปแบกรับความดีและความชั่วของคนอื่นแล้วมานั่งทรมานตัวเอง การกระทำเซียงซั่นไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับข้าเสียหน่อย”เฉินเสียนพูดขึ้นอย่างใจกว้างแฝงความสง่างาม อวี้เยี่ยนจึงหัวเราะขึ้นด้วยความโล่งใจ : “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”เฉินเสียนมองอวี้เยี่ยนทะลุปรุโปร่ง จึงพูดขึ้นว่า : “เด็กน้อย อย่าไปเอาเรื่องพวกนั้นมาใส่ใจเลย”เมื่อครู่นี้อวี้เยี่ยนยังเป็นฝ่ายปลอบใจเฉินเสียนอยู่เลย แต่ไม่ได้ปลอบใจตัวนางเอง หลังจากที่รู้ว่าอวิ๋นเอ๋อร์ต้องโทษตาย ภายในใจของนางก็รู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูกแต่วันนี้เฉินเสียนพูดขึ้นมาแบบนี้ จึงรู้สึกทำใจได้และแจ่มชัดภายในใจมากขึ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ จริงๆ แล้วอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ควรมาตายด้วยซํ้า เป็นเพราะเซียงซั่นตั้งใจจะทำร้ายอวิ๋นเอ๋อร์ จึงโยนความผิดทั้งหมดให้อวิ๋นเอ๋อร์268
เฉินเสียนเปิดประตูออกไป ทอดสายตาไปยังสวนดอกไม้ แล้วเอ่ยขึ้นว่า :“จริงๆ