่อด้วยผ้าเช็ดหน้าในแขนเสื้อออกมา เทลงไปในซุปแล้วจึงคนให้เข้ากันบรรยากาศพลบคํ่าที่โพล้เพล้ ได้ยินมาว่าฉินหรูเหลียงกลับมาที่เรือนหลักแล้วเซียงซั่นจึงยกนํ้าซุปแล้วตรงไปที่เรือนหลักทันทีเวลานี้ฉินหรูเหลียงกำลังอยู่ในห้องตำรา เมื่อเห็นนางมาแล้ว จึงขมวดคิ้วพร้อมกับถามขึ้นว่า : “ไม่อยู่เฝ้ารับใช้เหมยอู่ เจ้ามาถึงที่นี่ทำไม”เซียงซั่นยกนํ้าซุปวางลงบนโต๊ะอย่างเหนียมอาย พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “นี่เป็นซุปที่นายหญิงสั่งให้อวิ๋นเอ๋อร์ต้ม เพราะเป็นห่วงท่านแม่ทัพที่ยุ่งทำงานหลวงไม่ได้หยุดพัก ลำบากทั้งวันทั้งคืน บ่าวจึงยกมาส่งให้ท่านแม่ทัพดื่ม เพื่อให้ท่านแม่ทัพได้ผ่อนคลายลงบ้างเจ้าค่ะ”“วางไว้ตรงนั้น”เซียงซั่นส่งนํ้าซุปเสร็จแล้วก็กลับไปทันที ขณะที่หมุนตัวจากมา นางก็ยกยิ้มมุมปากมาอย่างมีชัย สำเร็จไปแล้วครึ่งทางในขณะที่กำลังจะกลับไปยังสวนดอกพุดตาน ก็เจอเข้ากับหลิ่วเหมยอู่และอวิ๋นเอ๋อร์256
อวิ๋นเอ๋อร์อยู่เฝ้าหลิ่วเหมยอู่ที่สวนดอกพุดตาน ราวกับว่ากำลังแกล้งยั่วโมโหนางหลิ่วเหมยอู่พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเย็นชา : “เจ้าไปไหนมา?”“บ่าวไปเดินเล่นมาเจ้าค่ะ”“เดินเล่น?” หลิ่วเหมยอู่เดินเข้ามาใกล้ นํ้าเสียงแหลมเล็กเสียดแทงผ่านโสตประสาท : “ไปเดินเล่นในเรือนหลักของท่านแม่ทัพหรือ? อวิ๋นเอ๋อร์บอกว่าเห็นกับตาว่าเจ้าเข้าไปในเรือนหลักท่านแม่ทัพ”เซียงซั่นเริ่มลนลาน รีบคุกเข่าอย่างพัลวัลพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “นายหญิงได้โปรดไตร่ต