สถานการณ์อันวิกฤตของตัวเอง เมื่อได้ยินฉินหรูเหลียงพูดเช่นนั้นนางก็หัวเราะขึ้นมาและเอ่ยอย่างโหดเหี้ยม “ท่านแม่ทัพช่างปราดเปรื่อง!ในเมื่อบ่าวกับองค์หญิงต่างไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ หากองค์หญิงได้รับโทษด้วยบ่าวก็ยินดีจะโดนโบยหนักๆ สามสิบทีเจ้าค่ะ!”ฮ่าๆๆ นางรู้ดีว่าท่านแม่ทัพไม่มีทางปล่อยนังแพศยาผู้นี้ไปแน่!ถ้าวันนี้นางต้องแลกด้วยครึ่งชีวิต นังแพศยาผู้นี้ก็คงจะไม่ดีไปกว่ากัน! ทันทีที่แผ่นกระดานโบยลงมาสามสิบครั้ง ลูกของนังแพศยาจะมีทางรอดได้อย่างไรบางทีอาจจะต้องสูญเสียทั้งแม่และลูกก็เป็นได้ ไม่มีทางต้านลิขิตสวรรค์ได้เลย!แม่บ้านจ้าวกับอวี้เยี่ยนแข้งขาอ่อนและคุกเข่าลงทันทีเพื่ออ้อนวอน “ท่านแม่ทัพทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ! องค์หญิงทรงพระครรภ์ห้าเดือนแล้ว จะถูกทุบตีเช่นนี้ได้อย่างไร! ถ้าถึงตอนนั้นมันจะเป็นเรื่องของหนึ่งคนสองชีวิต! บ่าวยินดีรับโทษแทนองค์หญิงเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพโปรดเมตตาด้วย!”โปรดเมตตา? เมื่อนางลงมืออย่างโหดเหี้ยมนางเคยคิดเมตตาใครบ้างไหมฉินหรูเหลียงเอ่ยอย่างเย็นชา “ในท้องของนางไม่ใช่เครื่องรางช่วยชีวิต ถ้าหากการตั้งครรภ์ช่วยให้ได้รับเว้นการลงโทษไปเสียทั้งหมดก็ไม่ต้องมีขื่อมีแปกันแล้ว! จะเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับสวรรค์ ถ้าวันนี้เด็กไม่รอดนั่นก็เป็นเพราะเวรกรรมที่นางก่อไว้ อย่าได้ไปโทษผู้อื่น”ความเย็นชาและความรังเกียจต่อองค์หญิงที่ท่านแม่ทัพสั่งสมมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ปรากฏออกมาให้ข้ารับใช