ถึงหลิ่วเหมยอู่จะเป็นผู้ดูแลจวนแม่ทัพ แต่พ่อบ้านก็ยืนหยัดอย่างตรงไปตรงมาว่า “เซียงซั่นไม่เคารพผู้เป็นนาย ตามกฎของจวน…”เขายังพูดไม่ทันจบ หลิ่วเหมยอู่ก็เอ่ยขัดจังหวะเสียก่อน “ข้าเป็นนายของนาง!”หลิ่วเหมยอู่วิ่งเข้าไปผลักท่อนไม้ออกโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แล้วพูดว่า “ข้าจะดูสิว่าวันนี้ใครจะยังกล้าตีอีก!” นางเอ่ยด้วยนํ้าตาคลอเบ้าและกวาดตามองผู้คนที่อยู่รอบๆ ด้วยความคับแค้น “หรือว่าพวกเจ้าเห็นว่าท่านแม่ทัพไม่อยู่ จึงคิดว่าจะรังแกเราสองนายบ่าวได้ง่ายๆ!”ทุกคนเงียบกริบพ่อบ้านยืนขึ้นและเอ่ยว่า “นายหญิงโปรดอภัย บ่าวเพียงปฏิบัติตามกฎ ในเมื่อเซียงซั่นถูกลงโทษแล้ว เรื่องนี้จะหยุดเพียงเท่านี้ อีกสักครู่บ่าวจะสั่งให้ร้านยาส่งยามาให้ขอรับ”หลิ่วเหมยอู่ประคองเซียงซั่นที่เดินกะเผลกเข้าไปในเรือนใบหน้าของเซียงซั่นเต็มไปด้วยคราบนํ้าตา ตอนนี้นางรู้ตัวดีแล้วว่าอะไรเป็นอะไรจึงผลักหลิ่วเหมยอู่เบาๆ และเอ่ยทั้งนํ้าตา “บ่าวเป็นสาวใช้ข้างกายนายหญิงไม่มีเหตุผลที่ผู้เป็นนายจะต้องช่วยบ่าว หากจะช่วย บ่าวสิที่ต้องเป็นฝ่ายช่วยนายหญิง”หลิ่วเหมยอู่เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า “เจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องพูดเช่นนี้”111
เซียงซั่นนอนอยู่บนเตียงและยังคงร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดหลิ่วเหมยอู่เช็ดนํ้าตาอยู่ข้างๆเซียงซั่นเอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “ทาสชั่วช้าพวกนั้นเห็นว่าท่านแม่ทัพไม่อยู่จึงรังแกพวกเราเช่นนี้! บ่าวไม่ได้เรียกร้องเพื่อตัวเอง