อนแอ ไม่เหมาะที่จะทานยาบำรุงพวกนั้นเพคะ ให้เก็บไว้ให้นายหญิงน้อยใช้ดีกว่าเพคะ”เฉินเสียนหน้านิ่ง: “เจ้าได้ถามหรือเปล่าว่าเขารู้วิธีเขียนคำว่า‘น่าไม่อาย’ คำนี้หรือไม่?“บ่าวมิได้ถามเพคะ” แม่บ้านจ้าวไม่ได้ยิ้มและกล่าวต่ออย่างจริงจังว่า: “เมื่อครู่ตอนบ่าวเดินผ่านห้องครัวไป บ่าวเห็นเซียงซั่นกำลังส่งรังนกเลือดที่ทำเสร็จแล้วไปให้นายหญิงน้อยเเพคะ”เซียงซั่นเป็นสาวใช้ของหลิ่วเหมยอู่ เฉินเสียนจำได้อย่างดี ตอนนั้นก็เป็นนางที่ใช้ปิ่นปักผมกรีดหน้านางมิใช่รึ?หลังจากนั้นสีหน้าของเฉินเสียนก็ผ่อนคลายลง และนอนรับแดดบนเก้าอี้พระอาทิตย์ส่องบนตัวเธอ ช่างอบอุ่นเหลือเกินเฉินเสียนพักสายตาและกล่าวอย่างเบาๆว่า: “ที่ว่าข้าร่างกายอ่อนแอไม่สามารถบำรุงได้นั้น ใครเป็นคนพูดกัน?”แม่บ้านจ้าวยืนคิดอยู่ข้างๆ และตอบ: “คนในคลังบอกว่าท่านแม่ทัพเป็นคนพูดเพคะ”83
เฉินเสียนยกริมฝีปากขึ้นแล้วถามต่อว่า: “พักนี้ท่านแม่ทัพอยู่ที่เรือนหรือไม่?”“อยู่เพคะ”“ถ้าเช่นนั้น เรื่องที่เจ้าไปคลังคงถึงหูแม่ทัพแล้วล่ะ ข้าว่าอีกประเดี๋ยวท่านแม่ทัพคงจะเรียกให้หมอมาตรวจอาการข้า”จริงด้วย เพิ่งพูดไป ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังออกมาสิ่งที่เหลียนชิงโจวส่งมานั้นลํ้าค่ามาก แม้แต่ในจวนแม่ทัพก็เห็นได้น้อย คาดว่าเหลียนชิงโจวก็คงจะพยายามไม่น้อยเช่นกันแต่ที่หลิ่วเหมยอู่ต้องดื่มรังนกเลือดทุกๆสองวันนั้น ช่างเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเสียจริงเหตุผลที่แม่บ้านจ้าวรู้ว่าร