ตอนนั้นก็ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรถึงอย่างไรในตอนนั้นก็ไม่มีใครดูแลเฉินเสียนผู้โง่เขลาได้ นางจึงทำได้เพียงปล่อยให้จางซื่อทำตามอำเภอใจเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น จางซื่อก็นำอาหารมาส่งให้เฉินเสียนภรรยาคนที่สองได้รับความรักจากแม่ทัพแต่เพียงผู้เดียว จึงไม่แปลกที่บริวารในจวนตั้งแต่ระดับสูงถึงระดับตํ่าจะประจบสอพลอนายเป็นเรื่องปกติจางซื่อคิดว่าถึงเฉินเสียนจะเป็นองค์หญิงแต่ก็เป็นแค่อดีตเท่านั้น ดังนั้นความดูถูกเหยียดหยามและไม่อยากแม้แต่จะชายตามองจึงแสดงออกชัดบนใบหน้าในขณะนั้นเฉินเสียนกำลังนั่งอยู่ในห้อง จางซื่อบุ่มบ่ามเข้ามาและวางอาหารลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยอย่างเจ้ากี้เจ้าการว่า “กินซะ! รีบๆ กินให้หมด ข้าจะได้นำถ้วยไปล้าง!”เฉินเสียนหยิบตะเกียบอย่างใจเย็นและไม่ได้รีบกินในทันที เธอพูดว่า “ตอนกลางคืนอากาศหนาว อีกสักพักเจ้ามาจุดไฟในห้องให้ข้าด้วย” แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนแตกต่างกันมาก อีกทั้งผ้าห่มยังบางอีกด้วย เธอหนาวมากจริงๆ62
จางซื่อได้ยินแค่นั้นก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ก่อนเฉินเสียนไม่เคยกล้าเรียกร้องอะไรจากนาง นางว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ตอนนี้นางจึงเอ่ยกับเธอด้วยสีหน้าที่ดุร้าย “จุดไฟอะไรกัน เมื่อก่อนก็ยังอยู่แบบนี้ได้ไม่ใช่หรือ”เฉินเสียนชายตามองนางและกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าการที่ข้าต้องการจุดไฟนี่มันมากเกินไปงั้นหรือ”สาวใช้พูดอย่างแดกดันว่า “โอ๊ย ไม่เกินไปก