ไม่นานหลิ่วเหมยอู่ก็นำนํ้าตาลมาให้ เฉินเสียนดูเหมือนคนโง่ที่ยิ้มอย่างใสซื่อเพราะมีความสุขที่ได้นํ้าตาลมากิน เธอมองหลิวเหม่ยอู่คีบก้อนนํ้าตาลใส่ลงไปในถ้วยยาด้วยมือของนางเองหลิ่วเหมยอู่แทบจะอดหัวเราะไม่ได้ ดื่มเลย ดื่มแล้วจะได้ตายทั้งกลม คิดแล้วนางก็ยืนอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ข้างๆ นั่นเอง นางต้องเห็นมันด้วยตาของตัวเองจึงจะสะใจยิ่งขึ้น นั่นจะช่วยให้นางกู้หน้าจากความอัปยศอดสูที่เคยได้รับได้เฉินเสียนคนยาสองสามครั้ง ทันใดนั้นก็ถามอะไรแปลกๆ ออกมา “ยาบำรุงช่วยบำรุงอะไรหรือ”หลิ่วเหมยอู่ชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อนางหันไปมองฉินหรูเหลียง เขาจึงส่งสัญญาณบอกให้นางพูดอะไรออกไปส่งๆ ก็ได้ในตอนนี้ทุกคนยังคิดว่าเธอคือเฉินเสียนผู้โง่เขลาในอดีตผู้นั้นหลังจากนั้นหลิ่วเหมยอู่จึงเอ่ยโดยไม่คิดอะไรว่า “น่าจะเป็นยาบำรุงเลือดนะเพคะ องค์หญิงกำลังทรงพระครรภ์ จำเป็นต้องบำรุงให้ดี”ฟังดังนั้นเฉินเสียนจึงยื่นช้อนคืนให้หลิ่วเหมยอู่เพื่อเตรียมยกยาขึ้นดื่มในรวดเดียว หลิ่วเหมยอู่ยื่นมือออกไปรับมาโดยอัตโนมัติเฉินเสียนเหลือบมองมืออันเล็กเรียวและขาวสะอาดของนาง ก่อนจะเอ่ยอย่างกำกวมว่า “งั้นหรือ… ทำไมข้าถึงคิดว่าเจ้าเองก็ควรจะบำรุงเหมือนกันล่ะ”48
ทันทีที่สิ้นเสียง เฉินเสียนก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของหลิ่วเหมยอู่ไว้ ช้อนหล่นลงไปบนพื้น ยังไม่ทันที่หลิ่วเหมยอู่จะส่งเสียงร้องออกมา นางก็ถูกเฉินเสียนดึงตัวมาและบีบคางเอาไว้การเคลื่อนไหวนี้ล