งก่อนก็หมดลงไปแล้วตราบใดที่ไม่ก้าวลํ้าเข้ามาในเขตของนาง นางก็ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลยหลิ่วเหมยอู่กล่าวว่า “ถึงอย่างไรท่านกับข้าก็ได้รับความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวเหมือนกัน ตอนนี้ช่างน่าสังเวชนัก ข้าไม่ควรทำให้ท่านต้องลำบากใจอีกต่อไป แต่อีกไม่กี่วันข้าก็จะแต่งงานกับท่านแม่ทัพแล้ว เมื่อคิดว่าท่านแม่ทัพจะต้องเลี้ยงดูท่านอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ข้าก็ไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง”นางมองเฉินเสียนและถามตรงๆ ว่า “ท่านจะเป็นฝ่ายไปเองหรือให้ข้าโยนเจ้าออกไป”เฉินเสียนเป็นดั่งเงาสีเทาจางๆ ที่มักจะขดตัวเงียบๆ อยู่ท่ามกลางหิมะมาโดยตลอดนางเริ่มมีปฏิกิริยาเล็กน้อยเมื่อได้ยินหลิ่วเหมยอู่พูดถึงแม่ทัพ นางเงยหน้าขึ้นและหรี่ตามองหลิ่วเหมยอู่12
ฉินหรูเหลียงคือฟางเส้นสุดท้ายของนางนางส่ายหน้า “ข้าไม่ไป”“งั้นแปลว่าจะให้ข้าโยนท่านออกไปสินะ” หลิ่วเหมยอู่กล่าว “หลังจากท่านจากไป เมื่อท่านแม่ทัพกลับมา ข้าจะบอกว่าเจ้าหนีออกไปด้วยตัวเอง จำเอาไว้ให้ดีไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือตายที่ข้างนอกนั้นมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา”“ข้าไม่ไป”สาวใช้ลากเฉินเสียนออกมาจากลานเล็กๆ“เดี๋ยวก่อน” หลิ่วเหมยอู่เดินไปหยุดตรงหน้านาง มองนางอย่างพินิจและส่งเสียงฮึในลำคอก่อนจะเอ่ยยิ้มๆ “ท่านชอบฉินหรูเหลียงมากเลยไม่ใช่หรือ แล้วท่านจะใจแข็งเหนี่ยวรั้งเขาไว้ตลอดกาลหรืออย่างไร หากท่านชอบท่านแม่ทัพจริงก็ควรไปหาที่สักที่แล้วตายไปอย่างเงียบๆ ซะ”“ที่ถนนทางทิศตะวันต