หลียงตบและเซถลาลงไปอย่างแรงเฉินเสียนรู้สึกเจ็บปวดที่จะลุกขึ้นมาและรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งหัวใจ นางหายใจหอบและไม่สนว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร เสื้อผ้าที่ตัดใหม่หลุดออกจากมือและหล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นนางกำลังจะคลานไปหยิบมันขึ้นมา ทว่าทันทีที่นิ้วสัมผัสชายเสื้อ รองเท้าบูตสีดำคู่หนึ่งก็เหยียบลงมาอย่างไร้ความปรานี รองเท้าบูตสีดำนั้นไม่ได้ตั้งใจจะเหยียบลงบนเสื้อผ้า มันยกขึ้นอีกครั้งและเหยียบลงบนมือที่เรียวบางของนางพื้นรองเท้าปาดมาโดนข้อต่อที่นิ้วมือจนทำให้เจ็บแปลบขึ้นมาทันใด เฉินเสียนขดตัวเป็นลูกบอลและส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ6
ฉินหรูเหลียงกอดหลิ่วเหมยอู่และมองดูนางอย่างเหยียดหยามราวกับกำลังมองมดตัวเล็กๆ แล้วพูดว่า “หากมีคราวหน้า อย่าหาว่าข้าโหดร้ายที่ทำลายมือของท่าน”พูดจบเขาก็หันหลังและกลับเข้าห้องอย่างไร้เยื่อใย กระโปรงของหลิ่วเหมยอู่พลิ้วไหวออกมาผสานกับเอวของเขา ทำให้แผ่นหลังที่แข็งกระด้างดูนุ่มนวลขึ้นมาทว่าสิ่งที่เขาพูดกลับเป็นเหมือนมีดที่กรีดใจคน“ออกไปให้พ้น ต่อไปนี้ถ้าข้าไม่อนุญาตห้ามเหยียบเข้ามาที่นี่อีก”“ท่านแม่ทัพอย่าโกรธไปเลย เป็นเหมยอู่เองที่ไม่ระวัง อย่าโทษองค์หญิง…”เฉินเสียนลุกขึ้นอย่างช้าๆ หยิบเสื้อผ้าที่เปียกโชกเพราะหิมะขึ้นมาพับอย่างทะนุถนอม สูดลมหายใจแล้วนำไปวางไว้หน้าประตูห้องของฉินหรูเหลียงก่อนจะหันหลังเดินจากไปเฉินเสียนไม่คิดว่าเสื้อผ้าจะถูกส่งคืนในวันต่อมา และหลิ่วเหมยอ