หวังจะกระตุ้นอารมณ์นางอีกครั้ง
หลัวอวี่ก่วนร้องเสียงเบา แล้วรีบถอยหนี
เวลาก็ผ่านมานานแล้ว ซูหลินก็ไม่กล้าทำจนเลยเถิด แต่เขายังคงโอบนางไว้ไม่ยอมปล่อย หัวเราะกระซิบข้างหูนางเสียงแหบว่า “งั้นครั้งหน้าเราเจอกันเมื่อไรดี?”
หลัวอวี่ก่วนทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เอ่ยตอบ พลางผลักตัวเขาออก แล้วลุกขึ้นสวมใส่เสื้อผ้า
ซูหลินนอนมองนางอยู่บนเตียง ริมฝีปากยังคงเผยให้เห็นรอยยิ้มสบายอารมณ์
หลัวอวี่ก่วนจัดแจงใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่กำลังจะออกไปนั้น จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นออก นางหยุดฝีเท้าลงอย่างลังเล แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ซื่อจื่อ…”
“หืม?” ซูหลินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ราวกับว่าหลัวอวี่ก่วนมีเรื่องที่ยากจะเอ่ยปากออกมา นางเงียบไปชั่วขณะแล้วกัดฟันพูดมันออกมาว่า “ข้าว่า…เราทำเหมือนตามที่ตกลงกันไว้เถอะ วันหลังพวกเราอย่าเจอกันอีกเลย!”
เมื่อซูหลินได้ยินดังนั้น รอยยิ้มนั้นก็นิ่งหยุดลงในทันที ลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง พยายามเอื้อมมือดึงนางกลับมา เดิมทีเขาอยากจะระเบิดอารมณ์ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองหน้านาง ก็เห็นน้ำตาที่ไม่รู้ว่าไหลออกมาเมื่อใด
“ซื่อจื่อ…” หลัวอวี่ก่วนมองเขา น้ำตาไหลริน กลั้นอย่างไรก็กลั้นเอาไว้ไม่อยู่ “ท่านมีภรรยาแล้ว พวกเราทำแบบนี้กันต่อไปได้เยี่ยงไร? หากฮองเฮากับท่านแม่รู้เรื่องนี้ล่ะก็ พวกเขาต้องสั่งประหารข้าแน่! คนอย่างท่านหาผู้หญิงแบบไหนก็หาได้ ท่านทำเป็นเหมือนไม่เคยพบเจอข้าเถิด ปล่อยข้าไปนะเจ้าคะ