จื่อซวี่ที่อยู่ด้านนอกยกน้ำชาเข้ามาให้ จากนั้นเดินออกไปแล้วปิดประตูลงอย่างรู้ความ
ฉู่หลิงอวิ้นนึกคิดอยู่ชั่วครู่ ในใจยังมีความสงสัยอยู่หนึ่งอย่างที่คิดไม่ตกเสียที จึงถามฉู่ฉีเหยียนขึ้นอย่างลังเลอีกครั้งว่า “เรื่องของซูหว่าน…เจ้าว่านางพลาดท่าจริงๆ เหรอ เรื่องมันง่ายขนาดนั้นเลยงั้นรึ?”
“หากใช่แล้วมันจะยังไง? หากไม่ใช่แล้วจะอย่างไร? ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ได้มันก็เหมือนกัน กับอีแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่คู่ควรแก่การพูดถึงหรอก!” ฉู่ฉีเหยียนเอ่ยขึ้นเสียงเย็นชา ยกถ้วยชาขึ้นกำลังจะดื่ม ก็เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนแวบขึ้นมาตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกขยะแขยงน่ารังเกียจขึ้นมาทันที จึงวางถ้วยชาลง หลับตาแล้วเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้
ฉู่หลิงอวิ้นมองถ้วยชาตรงหน้าเขาด้วยแววตาสงสัยอย่างจับพิรุธ คิดว่าพฤติกรรมของเขาวันนี้แปลกไปจากทุกที ไม่นานนักนางถึงได้สติกลับมา แล้วพูดขึ้นต่อว่า “ทั่วป๋าอวิ๋นจีอาจจะออกจากเมืองหลวงในสองวันนี้แล้ว เจ้าคิดจะทำอะไรบ้าง?”
ฉู่ฉีเหยียนพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงไม่ตอบ
ฉู่หลิงอวิ้นก็ไม่สนใจ ดื่มชาเข้าไปหนึ่งคำแล้วพูดต่อ “จากที่ข้ารู้มา เหมือนว่าฉู่สวินหยางกับทั่วป๋าอวิ๋นจีมีการติดต่อกันส่วนตัว หากเป็นไปตามที่คาดไว้แล้วล่ะก็ นางน่าจะเดิมพันกับทั่วป๋าอวิ๋นจี ตอนนี้ทั่วป๋าไหวอันน่าจะกลับไปถึงแคว้นโม่เป่ยแล้วกระมัง? อย่างช้าคงไม่เกินเจ็ดวัน กว่าข่าวล่าสุดจากทางนั้นจะส่งกลับมาถึ